วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2552

วางจยย.บอมบ์รือเสาะชาวบ้านเจ็บ15เด็ก6ขวบอาการสาหัส


เมื่อเวลา 18.30 น.วันนี้ (24 เม.ย.) เกิดเหตุคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น จำนวน 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นเบส สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะ ไปจอดไว้ที่หน้าร้านขายก๋วยจั๊บ ไม่มีเลขที่ ริมถนนสายรือเสาะ-จะกว๊ะ หมู่ 2 เขตเทศบาลตำบลรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งมีนางปราณี อ่อนบรรจง อายุ 65 ปี เป็นเจ้าของร้าน จากนั้นคนร้ายได้เดินไปขึ้น รถจยย.อีกคัน ที่สมาชิกในกลุ่มมาจอดเพื่อรอรับ ที่ฝั่งตรงกันข้ามขับหลบหนีไป และเมื่อขี่ จยย.เลยไปได้เพียง 2 นาที คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่มีชาวบ้านนั่งอยู่ภายในร้าน รวมทั้งเด็ก ๆ ซึ่งกำลังเล่นแบดมินตันอยู่ริมถนน จำนวนหลายคน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 15 ราย และแรงระเบิดทำให้ ด.ญ.กนกพรรณ ตุ้งเนตร อายุ 6 ปี ถูกสะเก็ดที่บริเวณขาและแขน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งรักษาที่ รพ.รือเสาะ และส่งต่อยัง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ในเวลาต่อมา
ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่น ๆ อีก 14 คน ซึ่งอาการไม่สาหัสมากนัก บางรายถูกสะเก็ดที่บริเวณลำตัวเล็กน้อย และบางรายมีอาการหูอื้อ ประกอบด้วย 1.นางมารีนา เพื่อเร็ง อายุ 19 ปี 2.ด.ช.ภาคภูมิ อ่อนบรรจง อายุ 14 ปี 3.น.ส.จุฑามาศ อ่อนบรรจง อายุ 17 ปี 4.นางอังคณา อ่อนบรรจง อายุ 23 ปี 5.น.ส.นูรไอมา หะมะ อายุ 15 ปี 6.น.ส.ฮารีสะ สากอ อายุ 18 ปี 7.นางสุนีย์ อ่อนบรรจง อายุ 60 ปี 8.ด.ญ.ชุติมา อ่อนบรรจง อายุ 4 ปี 9.นางคล้าย ตุ้งเนตร อายุ 65 ปี 10.นางเจ๊ะดาอีเลาะห์ ปัญญาทิพย์ อายุ 40 ปี 11.น.ส.สมจิตร์ ทองเมือง อายุ 46 ปี 12.น.ส.อามีเนาะ สาเยะ อายุ 15 ปี 13.นางเย๊าะ วาเด็ง อายุ 41 ปี และ 14.น.ส.สายสมร ยวนัย อายุ 25 ปี
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผกก.สภ.รือเสาะ และนายจำลอง ไกรดิษฐ์ นายอำเภอรือเสาะ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 กก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่จะนำไปซุกไว้ที่โครงรถจักรยานยนต์ ใต้ถังน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วนำไปจอด เพื่อหวังดักสังหารชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่มักจะไปนั่งรับประทานก๋วยจั๋บที่ร้านดังกล่าวเป็นประจำ









ด.ช.ลำปางซนเล่นลูกปัดยัดจมูกรอดหวุดหวิด




เมื่อเวลา 19.30 น วันนี้ (24? เม.ย.) ที่โรงพยาบาล อ.เมืองปาน จ.ลำปาง รับผู้ป่วย เป็นเด็กชาย วัย 3 ขวบ ชื่อ ด.ช.เอ นามสมมติ อยู่บ้านเลขที่ 230 หมู่ 8 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง โดยเด็กชายเอ ขณะนอนอยู่ที่ เตียงคนไข้ ร้องไห้ ด้วยความเจ็บปวด หลังจากที่ผู้ปกครอง ได้เล่าให้แพทย์ของ รพ.เมืองปาน ว่า ช่วงกลางวัน ปล่อยให้เด็กชายเอนั่งเล่น ลูกปัดอยู่ตามลำพัง หลังจากนั้น ได้ทราบว่าเด็กชายเอร้องไห้ และ บอกว่าลูกปัดอุดอยู่ในจมูก ผู้ปกครองจึงใช้ไฟฉายส่องดูที่รูจมูกด้านซ้าย พบว่ามีลูกปัดสีส้มอุดอยู่ด้านในโพรงจมูก จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล
แพทย์ได้ใช้เวลากว่า 20 นาที โดยใช้ไฟฉายส่องและใช้คีมปากแหลมคีบออกมา และโชคดีที่นำลูกปัดออกมาได้ จำนวน 1 ลูก เพราะเห็นรูตรงกลางของลูกปัด ตั้งฉากอยู่จึงใช้คีมเกี่ยวออกมาได้ โดยใช้เจ้าหน้าที่พยาบาล จำนวน 4 คน ช่วยจับเด็กไว้ เพราะเด็กดิ้นตลอดเวลา ขณะนี้เด็กปลอดภัยแล้ว


งัดเบนซ์ฉกเงิน-พระเครื่องสูญกว่า1แสน



วันนี้ (24 เม.ย.) พ.ต.ท.เดช ไชยอักษร สารวัตรเวร สภ.เมืองเชียงราย รับแจ้งจากนายประสิทธิ์ จันทรมณี อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1097/3 ถนนราชเดชดำรง ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย ว่า ก่อนสงกรานต์ช่วงวันที่ 9 เม.ย. ผ่านมา ได้จอดรถเบนซ์ สีเทา ทะเบียน 9 ฉ 2626 กรุงเทพมหานคร ไว้บริเวณลานเอนกประสงค์ ชุมชนราชเดชดำรง จากนั้น เดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ กลับมาเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ไปเอารถเพื่อจะขับไปธุระพบว่าบริเวณประตูคนขับด้านซ้ายมีร่องรอยถูกงัดจน กุญแจพัง จึงได้สำรวจทรัพย์สินภายในรถพบว่าเงินสดจำนวน 2,000 บาท และพระเครื่องชนิดต่างๆ และเป็นพระเครื่องเกจิอาจารย์ ชื่อดังมีราคาสูงหาย ไปกว่า 10 องค์จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปตรวจสอบที่เกิด เหตุพบว่ารถเบนซ์คันดังกล่าวจอดไว้บริเวณหน้าบ้านของนายขุน ไม่ทราบนามสกุล อายุ 21 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัย พอตำรวจไปติดตามตัวปรากฏว่าหลบหนีไปแล้ว
จากการสืบสวนตำรวจทราบว่า นายขุนได้เอาพระเครื่องจำนวน 3 องค์ ไปจำนำไว้กับเซียนพระบริเวณตลาดศิริกรณ์ ต.รอบเวียง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมผู้เสียหายไปติดตามเอาพระคืนมาได้ ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10 องค์คาดว่า นายขุน จะเอาติดตัวไปและอาจจะเอาไปขายตามตลาดพระเครื่องในเขต เทศบาลนครเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะได้สืบสวนติดตามจับกุมตัวนายขุนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย



พ่อเฒ่าเมืองเชียงใหม่โรคกำเริบตาย หลังทนร้อนจัดไม่ไหว


นายอนันต์ ขันแก้ว วัย 56 ปี หลบอากาศร้อนอบอ้าว มานั่งพักในศาลาริมแม่น้ำปิง แต่กลับเกิดอาการโรคกำเริบ จนเสียชีวิตช่วงเย็นวันนี้ (24 เม.ย.) พ.ต.ท.เดชา เผ่าหอม พงส.(สบ3) สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีคนตายไม่ทราบสาเหตุ บริเวณริมคลองชลประทาน หมู่ 7 ต.ดอนแก้ว อ.สารภี จึงรุดไปสอบสวนชันสูตรศพ พร้อมแพทย์เวร รพ.สารภี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบ้านปากกอง เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุพบศพเป็นชายนอนเสียชีวิต อยู่ในศาลาไทยริมคลองชลประทานเก่า ใกล้กับสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำปิง สภาพศพนอนคว่ำหน้า เมื่อพลิกศพขึ้นมาพบหน้าตาซีดเซียว มีเหงื่อเต็มร่างกาย สวมเสื้อยืดสีขาว สวมกางเกงขาสั้นสีกรมท่า ทราบชื่อต่อมา คือ นายอนันต์ ขันแก้ว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ที่ 7 ต.ดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ คาดว่า เสียชีวิตมาไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายอนันต์ได้ออกจากบ้านมานั่งอยู่ในศาลาริมแม่น้ำปิง เพื่อหลบอากาศร้อน กระทั่งเกิดหน้ามืดล้มฟุบคว่ำลงไปกับพื้นศาลา ประกอบกับช่วงเกิดเหตุไม่มีผู้ใดพบเห็น จึงเสียชีวิต จากนั้นมีเพื่อนบ้านที่จะมาพักร้อนในศาลา เห็นนายอนันต์อยู่ในท่าล้มฟุบ จึงช่วยกันนำตัวขึ้นมานอน แต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาสอบสวนดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่า นายอนันต์คงจะมีโรคประจำตัว ประกอบกับเจอสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้โรคกำเริบและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ไปดำเนินการตามประเพณีต่อไปขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ออกประกาศฉบับที่1 (6/2552) เรื่องพายุฤดูร้อนในภาคเหนือ ระบุว่า ด้วยมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนกำลังปานกลาง จะเสริมเข้าปกคลุมภาคเหนือ ในคืนนี้ ประกอบกับลมใต้พัดปกคลุมอากาศแห้ง และร้อนอบอ้าว ที่สะสมอยู่หลายวันแล้ว ทำให้ระยะแรกที่มวลอากาศเย็น เสริมเข้าปกคลุม มีสภาพอากาศแปรปรวน เมฆมากขึ้น อากาศร้อนอบอ้าว และมีพายุฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง และแพร่ ระหว่างวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) จึงขอให้ประชาชน และเกษตรกรในภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติดังกล่าว เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ วางแผนป้องกัน และระวังภัยธรรมชาติ ซึ่งจะทำความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้าง และพืชผลทางการเกษตร ควรดูแลสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้ ค้ำยันลำต้นไม้ผลที่ไม่มีรากแก้ว ปลูกไม้ยืนต้น เช่น สนทะเล ทำแนวกันลม และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง หรือต้นไม้สูงเด่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง ตลอดจนงดใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือวัตถุที่อาจเป็นสื่อนำไฟฟ้า ขณะเกิดพายุฟ้าคะนองในช่วงวันที่ 25 - 28 เม.ย. ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 2 (72/2552) ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลาง จากประเทศจีน ยังคงปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน คาดว่าจะแผ่เข้ามาถึงประเทศไทยตอนบนในวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) ขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 25-28 เม.ย. โดยจะเริ่มในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย จากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย และขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง หรือใต้ต้นไม้สูงเด่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งควรงดใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือวัตถุที่อาจเป็นสื่อนำไฟฟ้า ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง สำหรับการการคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 25-30 เม.ย.ความกดอากาศสูงกำลังปานกลาง จากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกเกิดขึ้นได้บางแห่ง ซึ่งจะช่วยคลายความอบอ้าวลงไปได้บ้าง ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 25-28 เม.ย. ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย จากพายุฤดูร้อน? นายเมธี มหายศนันท์ หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าววันนี้ (24 เม.ย.) ว่า สภาพอากาศในกรุงเทพฯ วันนี้ยังคงร้อนจัด โดยอุณหภูมิสูงถึง 39.1 องศา แต่ยังไม่ยืนยันว่า ในส่วนของ จ.อุทัยธานี มีอากาศร้อนจัดถึง 43 องศา ตามกระแสข่าวหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีรายงานเรื่องนี้เข้ามา จึงยังไม่มั่นใจ อีกทั้งยังเชื่อว่า เครื่องมือที่ใช้วัดความร้อนอาจไม่ได้มาตรฐาน และผู้วัดอาจวัดจากสภาพอากาศธรรมชาติ ที่จะร้อนเป็นบางจุด ตามสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ แต่ไม่ได้วัดในตู้สกรีนเหมือนกรมอุตุฯ ที่จะได้ค่าความร้อนออกมาถูกต้อง นายเมธี กล่าวด้วยว่า ในกรุงเทพฯ เคยร้อนจัดถึง 40 องศา อากาศที่ร้อนอบอ้าวอาจทำให้คนที่ร่างกายอ่อนแอ เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย สำหรับในวันที่ 27 เม.ย. ที่พระอาทิตย์จะตั้งฉากกับประเทศไทยพอดี หลายคนเชื่อว่าอาจทำให้เกิดอากาศร้อนจัดนั้น ปรากฏว่าเป็นความโชคดี ที่มีความกดอากาศสูงเป็นตัวแปรเข้ามา ช่วยให้อากาศไม่ร้อนอย่างที่หวั่นเกรง เพราะฝนที่จะเริ่มตกเพิ่มขึ้น ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.เป็นต้นไป จะช่วยให้ไม่ร้อนอบอ้าว อุณหภูมิจะต่ำลง จึงไม่ร้อนมาก


นายอนันต์ ขันแก้ว วัย 56 ปี หลบอากาศร้อนอบอ้าว มานั่งพักในศาลาริมแม่น้ำปิง แต่กลับเกิดอาการโรคกำเริบ จนเสียชีวิตช่วงเย็นวันนี้ (24 เม.ย.) พ.ต.ท.เดชา เผ่าหอม พงส.(สบ3) สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งมีคนตายไม่ทราบสาเหตุ บริเวณริมคลองชลประทาน หมู่ 7 ต.ดอนแก้ว อ.สารภี จึงรุดไปสอบสวนชันสูตรศพ พร้อมแพทย์เวร รพ.สารภี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยบ้านปากกอง เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุพบศพเป็นชายนอนเสียชีวิต อยู่ในศาลาไทยริมคลองชลประทานเก่า ใกล้กับสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำปิง สภาพศพนอนคว่ำหน้า เมื่อพลิกศพขึ้นมาพบหน้าตาซีดเซียว มีเหงื่อเต็มร่างกาย สวมเสื้อยืดสีขาว สวมกางเกงขาสั้นสีกรมท่า ทราบชื่อต่อมา คือ นายอนันต์ ขันแก้ว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ที่ 7 ต.ดอนแก้ว อ.สารภี จ.เชียงใหม่ คาดว่า เสียชีวิตมาไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายอนันต์ได้ออกจากบ้านมานั่งอยู่ในศาลาริมแม่น้ำปิง เพื่อหลบอากาศร้อน กระทั่งเกิดหน้ามืดล้มฟุบคว่ำลงไปกับพื้นศาลา ประกอบกับช่วงเกิดเหตุไม่มีผู้ใดพบเห็น จึงเสียชีวิต จากนั้นมีเพื่อนบ้านที่จะมาพักร้อนในศาลา เห็นนายอนันต์อยู่ในท่าล้มฟุบ จึงช่วยกันนำตัวขึ้นมานอน แต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาสอบสวนดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่า นายอนันต์คงจะมีโรคประจำตัว ประกอบกับเจอสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้โรคกำเริบและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ไปดำเนินการตามประเพณีต่อไปขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ออกประกาศฉบับที่1 (6/2552) เรื่องพายุฤดูร้อนในภาคเหนือ ระบุว่า ด้วยมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนกำลังปานกลาง จะเสริมเข้าปกคลุมภาคเหนือ ในคืนนี้ ประกอบกับลมใต้พัดปกคลุมอากาศแห้ง และร้อนอบอ้าว ที่สะสมอยู่หลายวันแล้ว ทำให้ระยะแรกที่มวลอากาศเย็น เสริมเข้าปกคลุม มีสภาพอากาศแปรปรวน เมฆมากขึ้น อากาศร้อนอบอ้าว และมีพายุฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง และแพร่ ระหว่างวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) จึงขอให้ประชาชน และเกษตรกรในภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติดังกล่าว เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ วางแผนป้องกัน และระวังภัยธรรมชาติ ซึ่งจะทำความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้าง และพืชผลทางการเกษตร ควรดูแลสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้ ค้ำยันลำต้นไม้ผลที่ไม่มีรากแก้ว ปลูกไม้ยืนต้น เช่น สนทะเล ทำแนวกันลม และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง หรือต้นไม้สูงเด่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง ตลอดจนงดใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือวัตถุที่อาจเป็นสื่อนำไฟฟ้า ขณะเกิดพายุฟ้าคะนองในช่วงวันที่ 25 - 28 เม.ย. ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 2 (72/2552) ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลาง จากประเทศจีน ยังคงปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน คาดว่าจะแผ่เข้ามาถึงประเทศไทยตอนบนในวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.) ขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 25-28 เม.ย. โดยจะเริ่มในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย จากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย และขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง หรือใต้ต้นไม้สูงเด่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งควรงดใช้เครื่องมือสื่อสาร หรือวัตถุที่อาจเป็นสื่อนำไฟฟ้า ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง สำหรับการการคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 25-30 เม.ย.ความกดอากาศสูงกำลังปานกลาง จากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกเกิดขึ้นได้บางแห่ง ซึ่งจะช่วยคลายความอบอ้าวลงไปได้บ้าง ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 25-28 เม.ย. ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย จากพายุฤดูร้อน? นายเมธี มหายศนันท์ หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าววันนี้ (24 เม.ย.) ว่า สภาพอากาศในกรุงเทพฯ วันนี้ยังคงร้อนจัด โดยอุณหภูมิสูงถึง 39.1 องศา แต่ยังไม่ยืนยันว่า ในส่วนของ จ.อุทัยธานี มีอากาศร้อนจัดถึง 43 องศา ตามกระแสข่าวหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีรายงานเรื่องนี้เข้ามา จึงยังไม่มั่นใจ อีกทั้งยังเชื่อว่า เครื่องมือที่ใช้วัดความร้อนอาจไม่ได้มาตรฐาน และผู้วัดอาจวัดจากสภาพอากาศธรรมชาติ ที่จะร้อนเป็นบางจุด ตามสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ แต่ไม่ได้วัดในตู้สกรีนเหมือนกรมอุตุฯ ที่จะได้ค่าความร้อนออกมาถูกต้อง นายเมธี กล่าวด้วยว่า ในกรุงเทพฯ เคยร้อนจัดถึง 40 องศา อากาศที่ร้อนอบอ้าวอาจทำให้คนที่ร่างกายอ่อนแอ เกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย สำหรับในวันที่ 27 เม.ย. ที่พระอาทิตย์จะตั้งฉากกับประเทศไทยพอดี หลายคนเชื่อว่าอาจทำให้เกิดอากาศร้อนจัดนั้น ปรากฏว่าเป็นความโชคดี ที่มีความกดอากาศสูงเป็นตัวแปรเข้ามา ช่วยให้อากาศไม่ร้อนอย่างที่หวั่นเกรง เพราะฝนที่จะเริ่มตกเพิ่มขึ้น ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.เป็นต้นไป จะช่วยให้ไม่ร้อนอบอ้าว อุณหภูมิจะต่ำลง จึงไม่ร้อนมาก


นายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าววันนี้ (24 เม.ย.) ถึงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้กลับมาเที่ยวเชียงใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ทางรัฐบาลประกาศเลิกบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า ทำให้หลายประเทศจะยกเลิกประกาศเตือนประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทยมากขึ้นโดยเฉพาะการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่
นายเฉลิมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยประมาณร้อยละ 70 ที่เข้ามาเที่ยว แต่เหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมืองที่ผ่านมา อาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่บ้างโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่หายไป แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง เชื่อว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็จะเริ่มเดินทางกลับเข้ามาเที่ยวเชียงใหม่เช่นเดิม ซึ่งตนเชื่อว่าในครึ่งปีหลังในปี 2552 นี้ แนวโน้มการท่องเที่ยวของเชียงใหม่น่าจะดีขึ้น
นายเฉลิมศักดิ์ กล่าวถึงการวางแผนเพื่อส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ ว่า จะร่วมกับ ททท. ส่วนกลางไปจัดโรดโชว์ที่ประเทศเกาหลี ในเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนกลุ่มประเทศที่อยู่ห่างออกไป ก็จะร่วมกับ ททท.สำนักงานปารีส ประเทศฝรั่งเศส จัดกิจกรรม อะเมซซิ่ง เชอร์แตม อิน เชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 18-22 มิถุนายน เป็นการนำคู่รัก 15 คู่มาจัดพิธีแต่งงานที่เชียงใหม่ พร้อมเชิญดาราและนักเขียนที่มีชื่อเสียงของนิตยสารด้านการแต่งงานและฮันนีมูนจากต่างประเทศมาร่วมงานด้วย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่น ให้การท่องเที่ยวของเมืองไทยและจังหวัดเชียงใหม่กลับมาคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง


เด็ก 14 หนีออกจากบ้านมาเป็นโจร หาเงินใช้หนี้เกมตัวหนา
ชิงทรัพย์วัยรุ่นขณะกดเงินตู้เอทีเอ็ม ค้นเอากระเป๋าเงิน-รถ จยย.หลบหนีไป ถูก ตร.ออกหมายจับ จนตามจับตัวได้ สารภาพต้องการเงินไปใช้หนี้พนันเกม..วันนี้ (24 เม.ย.) ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมตัว ด.ช.เก่ง (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ตามหมายจับของศาลเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย สืบเนื่องจากคืนวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ไปทำร้ายนายธวัชชัย วงค์วะลังศักดิ์ อายุ 20 ปี ขณะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าธนาคารไทยพาณิชย์สาขามูลเมือง ถ.มูลเมือง ก่อนที่จะค้นเอากระเป๋าเงิน และรถจักรยานยนต์ ทะเบียน คคม 390 เชียงใหม่ หลบหนีไปต่อมาเมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ด.ช.เก่ง ได้ถูกตำรวจ สภ.ช้างเผือก ตรวจยึดรถเนื่องจากไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีการตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่ถูกชิงไป จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ ด.ช.เก่ง จนตามพบขณะนอนหลับที่ลานประตูท่าแพเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าที่ทำลงไปเพราะต้องการเงินไปใช้ หนี้เกมที่เล่นพนันกับเพื่อนไว้ ประกอบกับได้หนีออกจากบ้านมาด้วยเนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน ไม่มีเงินใช้เลยต้องจำใจเป็นโจร





ชาวสวนลิ้นจี่6ตำบลจ.พะเยาปิดถนนหลวงประท้วง





เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ 6 ตำบล อ.แม่ใจ จ.พะเยา รวมตัวปิดถนนพหลโยธิน บริเวณสี่แยกศรีบุญเรือง ต.ศรีถ้อย ทั้งหมดสี่ช่องทางการจราจร เรียกร้องข้าราชการระดับสูงและตัวแทนของรัฐบาลลงมาพบเพื่อรับทราบปัญหาผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (24 เม.ย.) ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกรลิ้นจี่ ในพื้นที่ 6 ตำบล อ.แม่ใจ จ.พะเยา ประกอบด้วย ต.แม่สุก ต.บ้านเหล่า ต.แม่ใจ ต.ศรีถ้อย ต.ป่าแฝก และ ต.เจริญราษฎร์ ประมาณ 500 คน ได้รวมตัวปิดถนนพหลโยธิน บริเวณสี่แยกศรีบุญเรือง ต.ศรีถ้อย ทั้งหมดสี่ช่องทางการจราจร ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้เรียกร้องข้าราชการระดับสูงและตัวแทนของรัฐบาลลงมาพบเพื่อรับทราบและแก้ปัญหาราคาลิ้นจี่ตกต่ำให้ แต่ปรากฏว่าไม่มีความคืบหน้า โดยมีการตั้งเต้นท์กลางถนน ซึ่งนายเข็มทอง ม่วงสุข นายอำเภอแม่ใจ ได้มาเฝ้าสังเกตการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมทุกระยะ เพื่อเป็นคนกลางในการประสานงานระหว่างจังหวัดกับเกษตรกรสำหรับเหตุการณ์ปิดถนนในครั้งนี้สืบเนื่องจากราคาผลผลิตลิ้นจี่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ลิ้นจี่ขนาดเอราคากก.ละ ไม่ถึง 20 บาท ต่อมาวันที่ 23 เม.ย.ปรากฏว่าราคาตกต่ำสุด คือ เอ กก.ละ 10 บาท บี ราคาประมาณ 5-6 บาท ปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มพ่อค้าค้นกลางได้กดราคาลิ้นจี่อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าผลผลิตลิ้นจี่ของชาวสวนใน อ.แม่ใจ ไม่ได้คุณภาพตามที่พ่อค้าต้องการ เมื่อมีการกดราคา ประกอบกับตัวแทนรัฐบาล โดยนายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาพบกลุ่มเกษตรกรเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้รับข้อเรียกร้องของเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ไปแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการช่วยเหลือนายสัมพันธ์ กันทิพันธ์ ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกลิ้นจี่ อ.แม่ใจ จ.พะเยา แกนนำในการชุมนุมครั้งนี้ ได้เสนอข้อเรียกร้องมีจำนวน 3 ข้อ ต่อรัฐบาล คือ 1.ให้รัฐบาลจัดหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการประกันราคาลิ้นจี่ ดังนี้ ขนาดเกรด เอ กก.ละ 30 บาท เกรดบี กก.ละ 25 บาท 2.ห้ามไม่ให้ผลผลิตลิ้นจี่นอกพื้นที่เข้ามาขายในเขต อ.แม่ใจ โดยเด็ดขาด และ 3.ขอให้รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหา




ผบช.ภ.5 ไม่มีการเจรจาเสื้อแดงที่ออกหมายจับ




สั่งให้ตำรวจเฝ้าติดตาม ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่? ที่กำลังมีการเคลื่อนไหวอย่างผิดสังเกต หลังจากที่ทางนายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกหมายจับแกนนำกลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มเติม กรณีที่นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พร้อมกับ 2 ดีเจวิทยุชุมของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เข้ามอบตัวแล้วเมื่อเช้าวันนี้ (24 เม.ย.) พ.ต.ท.สวัสดิ์ หล้ากาศ รอง ผกก. สส.สภ.เมือง เชียงใหม่ ได้เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมกลุ่มเสื้อแดงที่ยังคงหลบหนีหมายศาลอยู่ขณะนี้? 4 คนคือนายไพฑูรย์ ชูชัย นายมานะ พันธ์ไพบูลย์ นายธานินทร์ ประดิษฐ์พันธ์ และนายสุพล ศุภางคะรัตน์ พ.ต.ท.สวัสดิ์ กล่าวว่า คดีนี้ทาง พล.ต.ท.สมคิด บุถนอม ผบช.ภ.5 ได้สั่งกำชับมาว่า ให้เร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหากลุ่มเสื้อแดงที่ยังคงหลบหนีมาดำเนินคดีให้หมด โดยจะไม่มีการเจรจาต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น เช้าวันนี้ได้ส่งตำรวจไปเฝ้าบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 4 แต่ยังไม่พบตัว ส่วนคดีของนายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถผู้ที่ได้รับสัมปทานรถสี่ล้อแดงวิ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ที่นำรถสี่ล้อแดงมาปิดถนนรอบลานท่าแพ ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแล้ว กำลังรอสรุปสำนวนเสนออัยการฟ้องต่อศาลต่อไป วันนี้ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายศาลออกหมายจับ ดีเจหนึ่ง ซึ่งเป็นดีเจวิทยุชุมชนกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เพิ่มอีก 1 คนขณะเดียวกันทาง ผบช.ภ.5ได้มีคำสั่งให้ตำรวจเฝ้าติดตาม ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าเป็นฐานใหญ่ของคนเสื้อแดงที่กำลังมีการเคลื่อนไหวอย่างผิดสังเกตุ หลังจากที่ทางนายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเช้าวันนี้



พายุฤดูร้อนถล่มกาญจน์2อ.บ้านเสียหายกว่า150หลัง



เมื่อเวลา 19.20 น. วันนี้ (24 เม.ย.) นายไชโย ฤทธิรงค์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรีเปิดเผยถึงความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่พัดผ่านพื้นที่กาญจนบุรี สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดในพื้นที่ โดยที่ได้รับรายงานคือที่ อ.เลาขวัญ เกิดขึ้นในพื้นที่ 2 ตำบล คือที่ ต.หนองฝ้าย ความแรงของพายุสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนราษฎรจำนวน 20 หลังคาเรือน ส่วนอีกตำบลในพื้นที่ ต.หนองโสน สร้างความเสียหายมากพอสมควร อยู่ในระหว่างสำรวจความเสียหาย
ส่วนที่อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี นายอนุชา สุขเชิงชาย นายกเทศบาลตำบลสระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ฝนตกช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฤดูร้อนตั้งแต่ 18.45 น. ถึงเวลา 19.15 น. นานกว่า 30 นาที มีลมแรงมาก สร้างความเสียหายในพื้นที่ ต.สระลงเรือ จำนวน 9 หมู่บ้าน ได้แก่พื้นที่ หมู่ 1 หมู่ 9 หมู่ 14 หมู่ 8 หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 12 หมู่ 13 หมู่ 7 บ้านเรือนราษฎรเสียหายประมาณ 127 หลังคาเรือน ทำให้ต้นไม้ล้ม 3 จุดขวางถนนสายบ่อพลอย-อู่ทอง 3 จุด 1.สวนไพรหมอเณร 2.บริเวณลานมันแถวสระ และ 3.หน้ามหาวิทยาลัยเวสเทินส์ เจ้าหน้าที่ อปพร.ทต. สระลงเรือ กำลังเร่งตัดต้นไม้ เพื่อเคลื่อนย้ายให้พ้นจากผิวการจราจร และในเบื้องต้นทาง ทต.สระลงเรือได้ช่วยเหลือประชาชนทั้ง 127 หลังคาเรือน ให้มีที่พักค้างแรมเรียบร้อย



'เสื้อแดงสมุทรสาคร' ยกเลิกการชุมนุมแล้ว



วันนี้ (24 เม.ย.) เมื่อเวลา 12.20 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก จสต. ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ผบ.หมู่ฝอ.ภ.จว.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นผู้ที่เคยขึ้นเวทีปราศรัยที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลซึ่งพอจะทราบข้อมูลว่า ทางแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะมาทำการชุมนุมที่จังหวัดสมุทรสาครในวันพรุ่งนี้ (25 เม.ย.)? ว่า ขณะนี้ทางแกนนำ นปช.ได้ยกเลิกที่จะมาชุมนุมที่จังหวัดสมุทรสาครแล้ว โดยไม่ใช่ว่าเป็นเพราะสาเหตุที่หาสถานที่ไม่ได้ แต่สถานที่หาได้แล้วโดยได้ติดต่อไว้ที่วัดสหธรรมาราม (สหกรณ์ใน) ม.4 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร?? จสต.ประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มว่า แต่เนื่องจากทางรัฐบาลได้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ กทม.ทำให้แนวร่วมส่วนกลาง ได้ยกเลิกการชุมนุมที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อที่จะไปชุมนุมกันที่สนามหลวง เพื่อความความสะดวกของผู้เข้าร่วมชุมนุม?? พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า ถึงการชุมนุมจะยกเลิก แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเตรียมความพร้อมเอาไว้โดยจะใช้แผนเดิมของทางตำรวจภูธรภาค 7 ที่วางไว้ ซึ่งจะมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดจำนวน 6 กองร้อย คอยคุมเข้มถ้ามีการชุมนุมเกิดขึ้น และคาดว่าถ้ามีการชุมนุมในจังหวัดสมุทรสาครไม่น่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น กลัวอย่างเดียวจะมีมือที่ 3 ออกมาก่อเหตุ แต่ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างเต็มที่

สั่งล่าเจ้าของรถแจ๊ส ยิงถล่มพรุนคัน ควานหาสัมพันธ์ผู้ตาย

ระบุชื่อเจ้าของรถคันเกิดเหตุ คือ นางสาววิภาวดี ตันทรัพย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 4 ต.โคกตะบอง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี? เบื้องต้นยังไม่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์และไม่ยอมเปิดเผยว่าผู้ตายเป็นใคร? ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีขาว ทะเบียนป้ายแดง หมายเลข ก-2128 ราชบุรี สภาพด้านหน้ารถเกือบตกคูน้ำ บริเวณข้างถนนทางเข้าหมู่บ้านหนองถนน หมู่ที่ 9 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี? เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (24 เม.ย.) ตรวจสอบภายในรถบริเวณเบาะคนขับพบศพชายไม่ทราบชื่อนอนคว่ำหน้าเรียบพาดขวางเบาะ รถ ศีรษะและลำตัวมาอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ? ผู้ตายมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 รู แก้มขวา 1 รู จมูก 1 รู ท้ายทอย 1 รู อกซ้าย 11 รู ราวนมขวา 2 รู หลังซ้าย 2 รู หลังขวา 1 รู รวม 21 รู นอกจากนี้ยังพบเอกสารคู่มือการครอบครองรถ ระบุชื่อเจ้าของรถคือ นางสาววิภาวดี ตันทรัพย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 4 ต.โคกตะบอง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ตำรวจประสานเบื้องต้นยังไม่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์และไม่ยอมเปิดเผยว่าผู้ตายเป็นใคร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อเวลา 09.00 น.? วันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจทราบชื่อผู้ตายที่เสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋งแล้วคือ นายสาธิต สนธิ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 4 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี? ญาติๆ ได้เดินทางมาดูศพพร้อมยืนยันแล้ว? หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมาตำรวจได้ติดต่อ นางสาววิภาวดี ตันทรัพย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 4 ต.โคกตะบอง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มีหลักฐานเอกสารภายในรถที่เกิดเหตุระบุว่าเป็นเจ้าของรถคันที่ถูกก่อเหตุ หลังจากได้โทรศัพท์พูดคุยกันแล้วยังไม่ยอมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และหลังจากตำรวจเดินทางไปหาที่บ้านพักเพื่อจะรับตัวไปสอบสวน ปรากฏว่า นางวิภาวดี ได้หลบหนีไปและปิดโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย? ผิดปกติวิสัยทั่วไปของเจ้าของรถที่จะต้องรีบเดินทางมาดูรถของตัวเองเพราะถูกยิงถล่มจนพรุน ประเด็นนี้ ได้กำชับให้ พ.ต.ท.นิพนธ์ จันทร์ทอง รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา เร่งติดตามตัว นางวิภาวดี มาสอบสวนให้ได้ว่ามีความสัมพันธ์ด้านไหนกับผู้ตาย เพื่อขยายผลในคดีนี้ต่อไป ด้าน พ.ต.ท.นิพนธ์ จันทร์ทอง รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของ นายสาธิต ผู้ตาย เบื้องต้น พบว่ามีรายชื่ออยู่ในบัญชีของตำรวจแต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีประวัติถูกจับกุม มีเพียงญาติๆ ที่ถูกจับกุมในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติของ นางวิภาวดี เบื้องต้น พบว่ามีญาติ ๆ ใกล้ชิดเคยถูกจับในคดียาเสพติดเช่นเดียวกัน ขณะนี้ ต้องติดตามตัวของ นางวิภาวดี มาสอบสวนให้ได้ เนื่องจากเชื่อว่าจะต้องมีข้อมูลในคดีมากพอสมควร สำหรับประเด็นในการสังหารมุ่งเรื่องหักหลังธุรกิจไม่เปิดเผยเป็นหลัก ส่วนเรื่องชู้สาวก็ยังไม่ตัดประเด็นทิ้งถึงแม้จะมีข้อมูลน้อยมากก็ตาม พ. ต.ท.นิพนธ์ กล่าวด้วยว่า ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตาย และ นางวิภาวดี แล้วว่ามีส่วนเกี่ยวกับกันแบบไหนอย่างไร นอกจากนี้ยังจัดกำลังอีกส่วนติดตามหาตัว นางวิภาวดี มาสอบสวน คาดว่าน่าจะมีความคืบหน้าในเร็ววันนี้

ระบุชื่อเจ้าของรถคันเกิดเหตุ คือ นางสาววิภาวดี ตันทรัพย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 4 ต.โคกตะบอง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี? เบื้องต้นยังไม่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์และไม่ยอมเปิดเผยว่าผู้ตายเป็นใคร? ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีขาว ทะเบียนป้ายแดง หมายเลข ก-2128 ราชบุรี สภาพด้านหน้ารถเกือบตกคูน้ำ บริเวณข้างถนนทางเข้าหมู่บ้านหนองถนน หมู่ที่ 9 ต.แสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี? เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (24 เม.ย.) ตรวจสอบภายในรถบริเวณเบาะคนขับพบศพชายไม่ทราบชื่อนอนคว่ำหน้าเรียบพาดขวางเบาะ รถ ศีรษะและลำตัวมาอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ? ผู้ตายมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 รู แก้มขวา 1 รู จมูก 1 รู ท้ายทอย 1 รู อกซ้าย 11 รู ราวนมขวา 2 รู หลังซ้าย 2 รู หลังขวา 1 รู รวม 21 รู นอกจากนี้ยังพบเอกสารคู่มือการครอบครองรถ ระบุชื่อเจ้าของรถคือ นางสาววิภาวดี ตันทรัพย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 4 ต.โคกตะบอง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ตำรวจประสานเบื้องต้นยังไม่ยอมให้การที่เป็นประโยชน์และไม่ยอมเปิดเผยว่าผู้ตายเป็นใคร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อเวลา 09.00 น.? วันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจทราบชื่อผู้ตายที่เสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋งแล้วคือ นายสาธิต สนธิ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 4 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี? ญาติๆ ได้เดินทางมาดูศพพร้อมยืนยันแล้ว? หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมาตำรวจได้ติดต่อ นางสาววิภาวดี ตันทรัพย์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 4 ต.โคกตะบอง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มีหลักฐานเอกสารภายในรถที่เกิดเหตุระบุว่าเป็นเจ้าของรถคันที่ถูกก่อเหตุ หลังจากได้โทรศัพท์พูดคุยกันแล้วยังไม่ยอมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และหลังจากตำรวจเดินทางไปหาที่บ้านพักเพื่อจะรับตัวไปสอบสวน ปรากฏว่า นางวิภาวดี ได้หลบหนีไปและปิดโทรศัพท์ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย? ผิดปกติวิสัยทั่วไปของเจ้าของรถที่จะต้องรีบเดินทางมาดูรถของตัวเองเพราะถูกยิงถล่มจนพรุน ประเด็นนี้ ได้กำชับให้ พ.ต.ท.นิพนธ์ จันทร์ทอง รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา เร่งติดตามตัว นางวิภาวดี มาสอบสวนให้ได้ว่ามีความสัมพันธ์ด้านไหนกับผู้ตาย เพื่อขยายผลในคดีนี้ต่อไป ด้าน พ.ต.ท.นิพนธ์ จันทร์ทอง รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของ นายสาธิต ผู้ตาย เบื้องต้น พบว่ามีรายชื่ออยู่ในบัญชีของตำรวจแต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีประวัติถูกจับกุม มีเพียงญาติๆ ที่ถูกจับกุมในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติของ นางวิภาวดี เบื้องต้น พบว่ามีญาติ ๆ ใกล้ชิดเคยถูกจับในคดียาเสพติดเช่นเดียวกัน ขณะนี้ ต้องติดตามตัวของ นางวิภาวดี มาสอบสวนให้ได้ เนื่องจากเชื่อว่าจะต้องมีข้อมูลในคดีมากพอสมควร สำหรับประเด็นในการสังหารมุ่งเรื่องหักหลังธุรกิจไม่เปิดเผยเป็นหลัก ส่วนเรื่องชู้สาวก็ยังไม่ตัดประเด็นทิ้งถึงแม้จะมีข้อมูลน้อยมากก็ตาม พ. ต.ท.นิพนธ์ กล่าวด้วยว่า ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตาย และ นางวิภาวดี แล้วว่ามีส่วนเกี่ยวกับกันแบบไหนอย่างไร นอกจากนี้ยังจัดกำลังอีกส่วนติดตามหาตัว นางวิภาวดี มาสอบสวน คาดว่าน่าจะมีความคืบหน้าในเร็ววันนี้

เรือนจำอุดรฯสยบผู้ต้องขังเลือดคลั่งสมองโคม่า

เมื่อวานนี้ (24 เม.ย.) นางหอมจันทร์ พลฉิมมา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.19 บ.โคกสูง ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อ พ.ต.ต.พิชิต เขตสกุล พงส.สบ.2 สภ.เมืองอุดรธานี หลังจากคืนที่ผ่านมาเข้าแจ้งความ กรณีนายก้านแก้ว พันธนบูล อายุ 35 ปี น้องชาย เป็นผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับ ?เมาแล้วขับ? ในเรือนจำกลางอุดรธานี แต่ขณะนี้ได้รับการผ่าตัดสมอง นอนไม่ได้สติอยู่ที่ห้องไอซียู รพ.ศูนย์อุดรธานี สภาพร่างกายคล้ายถูกทำร้าย
หลังจากสอบปากคำ พ.ต.ต.พิชิต ได้เดินทางไปที่ห้องไอซียู ชั้น 2 อาคารศัลยกรรม 7 ชั้น รพ.ศูนย์อุดรธานี ดูอาการของนายก้านแก้ว และได้พบกับนางวาสนา รินทะรัก อายุ 34 ปี ภรรยาเฝ้าอยู่อย่างใกล้ชิด โดยนายก้านแก้วยังคงไม่ได้สติ หลังจากรับการผ่าตัด ตั้งแต่คืนวันที่ 21 เม.ย. ซึ่งแพทย์ระบุว่าเลือดคลั่งในสมอง นอกจากนี้ยังพบว่าที่ใต้คางซ้าย ดวงตาซ้าย มีรอยเขียวช้ำ รวมไปถึงที่แขนขาทั้งสองข้าง มีรอยเขียวช้ำเป็นจำนวนมากนางหอมจันทร์ เปิดเผยว่า น้องชายมีอาชีพขับรถส่งปูนที่ กทม. กลับมาเยี่ยมบ้านสงกรานต์ แต่ภรรยาไม่ได้มาด้วย ตอนเที่ยงวันที่ 15 เม.ย. ถูกจับมีแอลกอฮอล์เกิน ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ภรรยาที่กรุงเทพมหานคร บอกว่ายังไม่ต้องจ่ายค่าปรับ เพราะจะมาจัดการเอง จึงปล่อยให้เอาฟ้องศาล และส่งเข้าเรือนจำกลางอุดรธานี ตนเองก็เดินทางไปเยี่ยมอาการน้องชายปกติทุกอย่าง โดยเฉพาะบ่ายวันที่ 20 เม.ย. สีหน้าสดใสคุยกับยิ้มแย้ม แต่หัวค่ำวันต่อมามีคนมาบอก น้องชายถูกส่งเข้า รพ.อุดรธานีด่วน เพื่อผ่าตัด ก็รีบเดินทางมาหา พบว่าน้องชายถูกผ่าตัดสมองแล้ว ถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด ขาทั้งสองข้างยังใส่ตรวนอยู่ ขอร้องให้ถอดออกก็ไม่ยอม จนพยาบาลบอกว่าน้องชายอาการหนัก โอกาสรอดมีน้อยมาก ก็ไปขอให้เขาถอดตรวน จึงยอมถอดออกในวันต่อมา ตั้งแต่วันนั้นยังไม่มีใครมาชี้แจง 4 วันแล้ว ยังไม่รู้สึกตัว จึงต้องไปขอพึ่งตำรวจ
ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบนายนภินทร์ จอกลอย ผบ.เรือนจำกลางอุดรธานี เพื่อสอบถามรายละเอียด ได้รับคำชี้แจงว่า ได้รับรายงานเพียงว่า มีผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับ 1 ราย มีปัญหาไปรวบกวนผู้ต้องกักขังอื่น ซึ่งอยู่ในห้องควบคุมที่แออัด และประสบอุบัติเหตุมีอาการผิดปกติ ต้องนำส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ทราบว่าผู้ต้องกักขังรายนี้ มีอาการหนักจนถึงขั้นผ่าตัดสมอง ซึ่งเมื่อเช้ายังสอบถามผู้ดูแลผู้ป่วย ประจำโรงพยาบาลอุดรธานี ได้รับรายงานเพียงว่ามีผู้ป่วย 3 คน เป็นผู้ต้องขัง 2 คน ต้องกักขัง 1 คน ซึ่งกรณีนี้ต้องตั้งกรรมการมาสอบสวน
ผบ.เรือนจำกลางอุดรธานี แจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร และฝ่ายพยาบาล มาชี้แจงข้อเท็จจริง ระบุว่า นายก้านแก้วมักมีอาการคุ้มคลั่งเหมือนคนขาดเหล้า คล้ายกับผู้ต้องกักขังอีก 2 คน แต่ทั้งสองคนนั้นถูกล่ามโซ่ไว้ ส่วนนายก้านแก้วจะมีอาการ บางครั้งพอมีอาการจะไม่นอนพักผ่อน เดินเหยียบเพื่อนไปมาในห้อง พยายามหลบหนีออกมา จนเกิดอาการคุ้มคลั่ง เพื่อนผู้ต้องกักขัง ก็จะช่วยกันจับกดไว้กับพื้น เพื่อให้อาการดีขึ้นและจะให้กินยานอนหลับ
ฝ่ายพยาบาลเรือนจำกลางอุดรธานี ระบุด้วยว่า ไม่มีใครทำร้ายนายก้านแก้ว แต่เพื่อนผู้ต้องกักขังบอกว่า นายก้านแก้วชักกระตุกล้มในห้องน้ำ ถ้าสังเกตจะเห็นรอยเขียวช้ำอยู่บริเวณใต้คางซ้าย โดยก่อนที่จะมีการนำส่งโรงพยาบาล นายก้านแก้วคุ้มคลั่งก็ถูกจับให้กินยา แต่ครั้งนี้เพื่อนๆไปปลุกไม่ตื่น จึงต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล โดยศีรษะไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย หรือบาดแผลใดๆทั้งสิ้น
ผบ.เรือนจำกลางอุดรธานี กล่าวด้วยว่า ที่ควบคุมตัวผู้ต้องกักขังแทนค่าปรับ ใช้อาคารเล็กติดกับเรือนพยาบาล ภายในเรือนจำกลางอุดรธานี ซึ่งประกาศเป็นสถานที่ควบคุมชั่วคราว รองบประมาณจัดสร้างสถานที่กักขังเฉพาะ โดยผู้ถูกกักขังแทนค่าปรับส่วนใหญ่ เป็นผู้ต้องคดี ?เมาแล้วขับ? นับเป็นปัญหาในการดูแลมาก ทั้งจำนวนผู้ต้องกักขังจำนวนมาก ในช่วงเทศกาลรณรงค์จับกุม ขณะที่มีผู้ต้องกักขังบางคน มีอาการเมาไม่ได้สติ มีอาการทางจิต และพิษสุราเรื้อรัง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น