วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

ผู้การน่านเผยยาบ้าชายแดนจ่อลำเลียงผ่าน30ล.เม็ด

เร่งหาข้อมูล หลังการข่าวเผยยาบ้า 30 ล้านเม็ดจ่อลำเลียงผ่าน จ.น่าน พร้อมเฝ้าระวังป้องกัน หลังพบสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาบ้าในพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น..วันนี้ (27 เม.ย.) พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.น่าน เปิดเผยถึงข้อมูลทางการข่าวว่าจะมียาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ราว 30-40 ล้านเม็ด เตรียมจะลำเลียงส่งผ่านเข้ามายังประเทศไทย ตามจังหวัดชายแดน ซึ่ง จ.น่าน เป็นหนึ่งในเป้าหมาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดชายแดน จะใช้เป็นเส้นทางการลำเลียงผ่าน และพบว่าบางหมู่บ้านในพื้นที่ยังเป็นจุดพักยาเสพติดด้วย จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.น่าน ประสานข้อมูลและความร่วมมือระหว่างตำรวจภูธร จ.น่าน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน) น่าน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เพื่อหาแนวทางป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดที่มีแนวโน้มว่าจะ เพิ่มสูงมากขึ้นพล.ต.ต.เมธี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้ใช้มาตรการกดดันและปราบปรามผู้ค้าในพื้นที่ จ.น่าน เช่น ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นที่เป็นจุดผ่านออกนอกตัวจังหวัดอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการใช้นโยบาย 5 รั้ว คือ รั้วชายแดน, รั้วชุมชน, รั้วสังคม, รั้วโรงเรียน และรั้วครอบครัว และมาตรการบำบัดฟื้นฟู ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน องค์กรต่างๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเป็นเกราะป้องกันให้กับเด็กเยาวชน และชุมชน
โจ๋ 15 ลักมือถือนักกีฬาหญิงแลกขอร่วมเพศ

เด็กอายุ 15 ปี ขโมยโทรศัพท์มือถือนักกีฬาหญิง พอเจ้าของขอคืนมีข้อแม้ต้องมีเพศสัมพันธ์เป็นการแลกเปลี่ยน ตำรวจเลยซ้อนแผนจับกุมได้พร้อมของกลาง...ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 เม.ย.) ว่า ดึกวานนี้ (26 เม.ย.) ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ วิริยะเขษม สารวัตรสืบสวนปราบปรามสภ.เมืองกำแพงเพชร และคณะจับกุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี พร้อมด้วยนางบี (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี บ้านอยู่ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย 2 เครื่อง ตั้งข้อหาลักทรัพย์และรับของโจรทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีนักกีฬาจาก จ.พิจิตร มาแข่งขันที่ จ.กำแพงเพชร โดยได้เข้าพักที่โรงเรียนกีฬาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ต่อมามีคนร้ายเข้ามาขโมยโทรศัพท์มือถือของนักกีฬาหญิงไป 2 เครื่องจากที่พัก หลังจากนั้น เพื่อนๆ นักกีฬาได้ช่วยกันโทรศัพท์เข้าเครื่องที่หายไปตลอดทั้งวัน จนในที่สุดสามารถติดต่อได้ ซึ่งปลายสายที่รับทราบระบุชื่อว่า นายเอ โดยนายเอได้เรียกค่าไถ่โดยให้เจ้าของโทรศัพท์ไปมีเพศสัมพันธ์ด้วยแล้วจะคืนโทรศัพท์ให้ หลังจากทราบข้อแลกเปลี่ยนจึงเข้าแจ้งกับตำรวจ และมีการซ้อนแผนจับกุมเบื้องต้นสอบสวนนายเอรับสารภาพว่าเป็นคนเข้าไปขโมยโทรศัพท์ของนักกีฬาหญิงจริง ส่วนโทรศัพท์นำไปเก็บไว้ที่บ้านของนางบี ตำรวจจึงตามไปตรวจค้นที่นางบีและพบโทรศัพท์มือถือทั้ง 2 เครื่องซุกซ่อนอยู่ในบ้าน จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนส่งดำเนินคดีต่อไป


หนุ่มหื่นบุกข่มขืนนักเรียนม.3ในบ้าน

ช่วงสายวันนี้ (27 เม.ย.) ร.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย ร้อยเวร สภ.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุเด็กนักเรียนหญิงถูกข่มขืน ที่หมู่ 7 ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ทรงกรด ธนกรธัญโชติ รอง ผกก.สส. เดินทางไปตรวจสอบพบ ด.ญ.วิภา นามสมมุติ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งใน อ.อู่ทอง นั่งร้องไห้อยู่ในบ้าน
สอบสวนได้ความว่า ขณะที่ด.ญ.วิภา นั่งเล่นอยู่ในบ้านพักตามลำพัง เพราะบิดามาออกไปทำธุระนอกบ้านได้มีนายเพชร (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี คนในหมู่บ้านเดียวกันเข้ามาทำทีขอน้ำกิน พร้อมกับสอบถามว่าบิดามารดาไปใหน พอรู้ว่าอยู่คนเดียว นายเพชรได้ใช้กำลังปลุกปล้ำและชกท้องก่อนจะลงมือข่มขืน ด.ญ.วิภา จนสำเร็จความใคร่ บนแคร่ไม้สำหรับนั่งเล่นในบ้าน โดยก่อนจะหลบหนีได้ขู่ห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร หลังได้รายละเอียดตำรวจได้พา ด.ญ.วิภา ไปตรวจที่โรงพยาบาลอู่ทองตามระเบียบ พร้อมกับออกติดตามตัวนายเพชร เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

จับฆาตกรโหดแทงยับเจ้าของร้านดอกไม้ดับ

เข้าที่คอ-ลำตัวนับ 20 แผลทำให้ตายคาที่ ผู้ตายเป็นเจ้าของร้านดอกไม้มีพฤติกรรมร่วมเพศชอบเข้าข้างหลัง ฆาตกรโหดไม่ยอดโดนพัดลมฟาดหน้าก่อน ที่ฆาตรกรกับเพื่อนรุมแทงไม่ยั้ง ... วันนี้ (27 เม.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.อุฬาร อเนกบุณย์ผบก.ภ.สระบุรี พ.ต.อ.บำรุง คงชีพ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี พ.ต.ท.ไพโรจน์ ตีรโสภณ รองผกก.(สส)และ พ.ต.ท.วรชาติ แสนคำ สว.สส. ร่วมแถลงข่าวจับกุมตัว นายศักดิ์ชัย เฉลิมวัตร อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.1 ต.ปากท่า อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อเหตุฆ่านายชนะ บำรุงราษฎร์ อายุ 44 ปี เจ้าของร้านจัดดอกไม้ตามโรงแรมและร้านขายดอกไม้ชื่อ ร้านไม้ไทย เลขที่ 6/2 ซอยโรงเจสว่างรัตนตรัยธรรมสถาน ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี โดยใช้ กรรไกรตัดกิ่งดอกไม้ยาว 8 นิ้ว ร่วมกับเพื่อนซึ่งยังหลบหนีอยู่ชื่อเล่นว่า นาย 'ก' แทงนายชนะ ที่คอโดยกรรไกรปักที่คอ 1 อันและรุมแทงตามตัว หน้าอกและแผ่นหลังอีก 20 แผล ใช้มีดคัสเตอร์กรีดที่ลำตัวอีกหลายแผลจนขาดใจตายคาที่ข้างเตียงนอนเลือดไหล ท่วมห้อง จากนั้น นายศักดิ์ชัย ฆาตกรโหดกับเพื่อนชื่อ นาย ก ได้ขโมยรถเก๋งฮอนด้าซีวิคตากลมสีแดงเปลือกมังคุดทะเบียน พว.1815 กทม.หลบหนีไปแล้วล๊อคประตูบ้านผู้ตายปิดมิดชิดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่ง นางไพลิน บำรุงราษฎร์ ภรรยาผู้ตาย อายุ 44 ปี พักอยู่ที่ กทม.โทรศัพท์มาหาผู้ตายหลายครั้งแต่ไม่มีใครรับสายจึงเกิดสงสัยขับรถมา จ.สระบุรี เปิดประตูบ้านเข้าไปจึงพบศพ จากคดีดังกล่าว พ.ต.อ.บำรุง คงชีพ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพโรจน์ ตีรโสภณ รองผกก.(สส) พ.ต.ท.วรชาติ แสนคำ สว.สส. ออกติดตามจับกุมคนร้ายโดยมุ่งไปที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในตลาดสุขุมาลย์ ซึ่งคนร้ายและผู้ตายไปซื้อเบียร์ลีโอมาดื่ม และขนมขบเคี้ยว ดูจากกล้องวงจรปิดที่เซเว่นฯ จนแน่ชัดว่า ผู้ต้องหาคือ นายศักดิ์ชัย เฉลิมวัตร อายุ 19 ปีและเพื่อนชื่อนาย ก กำลังหลบหนีอยู่ จึงขอหมายศาลจังหวัดสระบุรีเลขที่ 527/2552 ลงวันที่ 25 เม.ย.52 ไปตามจับกุมตัวนายศักดิ์ชัย ได้ที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ นายศักดิ์ชัย ขณะกำลังจะหลบหนีต่อไปจึงนำตัวมาสอบสวนและทำแผนประกอบคำรับสารภาพจากการรับสารภาพของ นายศักดิ์ชัย ให้การว่า รู้จักกับ นายชนะ ผู้ตายมานานแล้วและเคยมากินเหล้ากับผู้ตายและยังเคยให้ผู้ตายร่วมเพศโดยอัดถั่วดำ ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายชวนมากินเบียร์ที่บ้านอีก ตนจึงชวนเพื่อมาอีก 1 คน คือ นาย ก พอเมาได้ที่ นายชนะ ผู้ตายขอร่วมเพศกับตนอีกแต่ตนไม่ยอมและขอเข้าห้องน้ำพอออกจากห้องน้ำถูกผู้ตายใช้พัดลมตีหัว 1 ครั้ง ตนจึงโมโหคว้ากรรไกรที่ตัดกิ่งดอกไม้แทงที่คอ หน้าอกและแผ่นหลังอีก 20 แผลโดยเพื่อนที่พามาด้วยร่วมช่วยแทงด้วย และใช้มีดคัสเตอร์กรีดที่ใต้ชายโครงอีกหลายแผล จากนั้นได้ขโมยรถเก๋งฮอนด้าของผู้ตายไปขายที่ คลอง 5 จ.ปทุมธานีในราคา 17,000 บาท แบ่งคนละครึ่งกับเพื่อนแล้วต่างหลบหนี ตนมาจนมุมตำรวจส่วนเพื่อนยังหลบหนีไปได้วันเดียวกัน เวลา 12.30 น.หลังจากแถลงข่าวแล้ว พ.ต.อ.บำรุง คงชีพ ผกก.ได้นำตัว นายศักดิ์ชัย ฆาตกรไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นซึ่งคนร้ายได้ไป ซื้อเบียร์และขนมโดยตำรวจนำกำลังไป 30 นายเพื่อกันประชาชนแต่ ได้มี นางไพลิน บำรุงราษฎร์ ภรรยาผู้ตายแหวกฝูงชนเข้าประชิดตัว นายศักดิ์ชัย ผู้ต้องหาแล้วถอดรองเท้าตบหน้าผู้ต้องหาอย่างแรงเสียงดัง ซึ่งตร.รีบกันตัวออกไปจากนั้นภรรยาผู้ตายตะโกนด่าผู้ต้องหาอย่างสาดเสียเท เสียทั้งน้ำตา ต่อมา ตำรวจนำผู้ต้องหาไปทำแผนที่บ้านที่เกิดเหตุอีกครั้งได้ถูกชาวบ้านรุมประชา ทันฑ์อีก ตำรวจต้องทำงานอย่างหนักกว่าจะทำแผนเสร็จ เนื่องจากชาวบ้านบอกว่าผู้ตายเป็นคนดี ชาวบ้านรัก ชอบช่วยเหลือคนไม่เลือกหน้า

แม่ฟ้องแพ่งอดีตอธิการฯนิด้า เรียกคืนทรัพย์ 8 ล้าน

ฝากทรัพย์สินเครื่องประดับให้ลูกสาวนำไปฝากไว้กับตู้เซฟธนาคาร ตั้งแต่ปี 2500 พอปี 46 ต้องการได้ทรัพย์สินคืนเพื่อแบ่งให้บุตรหลาน แต่ไม่ได้คืน..วันนี้ (27 เม.ย.) ที่ศาลจังหวัดพระโขนง นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ รับมอบอำนาจจากนางจำลองลักษณ์ นามศิริชัย เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ (นามศิริชัย ) อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการส่งเสริมจริยธรรม ธรรมภิบาลและการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นบุตรสาวนางจำลองลักษณ์ เป็นจำเลย คดีแพ่ง เรื่องผิดสัญญา รับฝากเครื่องประดับและเรียกคืนเครื่องประดับ อาทิ ต่างหู สร้อยคอ แหวนเพชร ร่วม 100 รายการ ทุนทรัพย์มูลค่า 8,238,950 บาท โดยศาลนัดชี้สองสถานและสืบพยานในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.นายบัญชา ทนายความ กล่าวว่า เหตุที่โจทก์ให้ยื่นฟ้อง เนื่องจากต้องการได้ทรัพย์สินที่เคยฝากให้บุตรสาวดูแลแทน ฝากไว้กับตู้เซฟธนาคารคืน เพื่อนำทรัพย์สินมาแบ่งให้บุตรหลาน เครื่องประดับทั้งหมดฝากไว้ตั้งแต่ปี 2500-2546 เมื่อ 2546 โจทก์ได้สอบถามถึงทรัพย์สิน แต่ไม่ได้รับเครื่องประดับคืนกลับมาแต่อย่างใด โจทก์เห็นว่าหากบุตรสาวต้องการไกล่เกลี่ยส่งมอบเครื่องประดับทั้งหมดคืน คดีน่าจะจบได้ เพราะโจทก์ต้องการทรัพย์สินคืนเท่านั้น

'แจ๊ค' มือฆ่าเซียนพนันดอดมอบตัวเผยแค้น
น้องเขยผลาญเงินเอาไปเล่นพนัน งานการไม่ทำ หากปล่อยไว้ครอบครัวจะอับจน จึงร่วมกับเพื่อนกระทืบจนตาย 'แจ็ค' รับที่เข้ามอบตัว เพราะ ตร.มีพยานหลักฐานแน่ หากหนีคงไม่พ้นผิด เท่ากับสร้างความกดดันให้ตัวเอง ...จากกรณีคนร้าย รุมสกรัม นายพยุงศักดิ์ ตาหล้า อายุ 33 ปี ตายในบ้านเลขที่ 82/1 บ้านหว้า ม.2 ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น กลางดึกคืนวันที่ 25 เม.ย. ผู้ตายชอบเล่นการพนัน เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐาน สาเหตุถูกฆ่า จากเรื่องชู้สาว หนี้สิน ทะเลาะวิวาท ส่วนคนร้ายต้องรู้จักกับผู้ตาย และคนใกล้ชิดของผู้ตายต้องรู้จักกับคนร้าย ส่วนพนักงานโต๊ะสนุกเกอร์ และภรรยาผู้ตาย ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ทราบเรื่อง จำหน้าคนร้ายไม่ได้ ไม่รู้สาเหตุการฆ่าล่าสุดวันนี้ (27 เม.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. นายวีระชลหรือไก่ มากึ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 249 บ้านหว้า ม.2 ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ โสดามรรค หน.สภ.(ย่อย)บ้านเป็ด ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีนางพรเพ็ญ มากึ ภรรยาผู้ตาย และนายพัชรพงษ์ คำดึงผล อายุ 21 ปี พนักงานเก็บเงินประจำโต๊ะสนุกเกอร์ เดินทางมาด้วย โดยนายวีระชล ให้การว่า เป็นคนฆ่านายพยุงศักดิ์ หรือแจ๊ค ตาหล้า เมื่อก่อนผู้ตายเคยถูกจับคดียาเสพติด และไปบวชหลังสึกมาอยู่กินกับน้องสาวของตน ดูแลมารดาซึ่งพิการเดินไม่ได้อยู่ที่บ้าน แรกๆมารดาก็ให้ความเอ็นดู แต่ระยะหลังผู้ตายเอาแต่ขอเงินเอาไปเที่ยวและเล่นการพนัน จึงได้ชวนเพื่อนสนิท 2 คนไปที่บ้านของน้องสาว ซึ่งเปิดเป็นโต๊ะสนุกเกอร์ เพราะตนรู้ว่านายพยุงศักดิ์อยู่บ้าน เมื่อไปถึงพบนายพยุงศักดิ์ นั่งดื่มสุราอยู่ที่โชฟาเพียงลำพัง ส่วนสนุกเกอร์ไม่มีลูกค้า จากนั้นทักทาย และร่วมดื่มกินกัน จนมีเรื่องตนและเพื่อน ใช้ไม้หน้าสาม ตีนายพยุงศักดิ์ เมื่อนายพยุงศักดิ์ รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ จึงวิ่งหนีไปที่ห้องครัว ตนและเพื่อนก็ตามไปซ้ำ จนนายพยุงศักดิ์ตาย จากนั้นพากันกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ส่วนสาเหตุการฆ่า มาจากผู้ตายเอาแต่ผลาญเงินและของมีค่าจากมารดาจนแทบไม่เหลือ คิดว่าหากปล่อยไว้มารดา น้องสาว รวมทั้งตนหมดตัวแน่ ส่วนการเข้ามอบตัว ตนคิดว่าตำรวจ มีพยานหลักฐานแน่ หากหนีคงไม่พ้นผิด เท่ากับสร้างความกดดันให้ตัวเอง จึงเข้ามอบตัว รับโทษตามกฎหมายพ.ต.ท.ต่อศักดิ์ โสดามรรค หน.สภ.(ย่อย)บ้านเป็ด กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนคนใกล้ชิดและพยานปากสำคัญ จนทราบว่าคนร้ายคือนายวีระชล พี่ชายของนางพรเพ็ญ ภรรยาผู้ตาย ภายหลังเข้ามอบตัวและสอบสวนแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ร่วมกับพวกที่หลบหนี ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
นั่งแคร่เก่าคลายร้อน หัก-หัวฟาดพื้นดับ ชายวัยกลางคนชาวอุบลฯ
เมื่อเวลา 22.00 น. คืนวันที่ 26 เม.ย.ร.ต.อ.วรจักร จันทาทอง ร้อยเวร สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจากแพทย์เวร รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ว่ามีผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุมารับการรักษาแล้วเสียชีวิตผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. คืนที่ผ่านมา (26 เม.ย.) ร.ต.อ.วรจักร จันทาทอง ร้อยเวร สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจากแพทย์เวรโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ว่ามีผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุมารับการรักษาแล้วเสียชีวิต จึงรุดไปตรวจสอบ ทราบชื่อผู้ตายคือ นายอำคา มารมย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.8 ต.ธาตุน้อย อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานีนางสาวเจนจิราพร มารมย์ อายุ 17 ปี บุตรสาวผู้ตาย กล่าวด้วยใบหน้าเศร้าหมองว่า นายอำคาไปนั่งที่แคร่ใต้ต้นไม้ใกล้บ้านพัก เพื่อคลายร้อนในช่วงเวลากลางวันแต่แคร่ มีสภาพเก่า ผุพัง ทำให้แคร่หักโดยที่นายอำคาไม่ทันตั้งตัวจึงล้มหงายหลังหัวฟาดพื้นอย่างแรง ญาติๆรับนำส่งรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเขื่องใน แต่อาการหนักถูกส่งต่อมายังโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ถล่มครอบครัวคนกรีดยางยะลาดับ6สาหัส 1
เมื่อเวลา 20.30 น. วันนี้ (27 เม.ย.) คนร้ายไม่ทราบจำนวนอาศัยความมืดเล็ดลอดเข้าไปบริเวณบ้านไม่มีเลขที่ บ้านสุแก หมู่ 5 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา หลังจากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามและลูกซองยิงถล่มเข้าไป เป็นเหตุให้ นายอับดุลเลาะ ลาเต๊ะ อายุ 62 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 304 หมู่ 2 บ้านตะมะยูง ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งนำครอบครัวมารับจ้างกรีดยางพาราในพื้นที่เสียชีวิตพร้อมญาติ ๆ รวม 5 ราย มีนางไซนุง ลาเต๊ะ อายุ 33 ปี นายมะยูโซ๊ะ ลาเต๊ะ อายุ 36 ปี นายยีเลาะ กานอ นายรอมมือลี สะตอพา อายุ 48 ปี ส่วนอีก 2 ราย เป็นหญิงวัย 25 ปี และ 42 ปี ยังไม่ทราบชื่ออาการสาหัส
ชาวบ้านได้นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา ปรากฏว่าเสียชีวิตระหว่างทาง 1 ราย ส่วนอีกรายแพทย์ได้รีบส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์ยะลา สาเหตุเชื่อว่ามาจากสถานการณ์ความไม่สงบ
ฆ่าโหดสาวสวยสนง.ทนายความ จ่อยิงหัว-แทงพรุน
กว่า 10 แผล เบื้องต้นคาดสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว แม่เผยก่อนเกิดเหตุมีคนขับรถเก๋งมารับที่บ้านก่อนจะหายตัวไป พบอีกทีเป็นศพลอยอืดในบ่อดิน..วันนี้ (27 เม.ย.) ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุพบศพลอยน้ำ ภายในบ่อดินพื้นที่ ม.2 ต.ทุ่งกง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.รัชนี พิศสุวรรณ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/13 ม.2 ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี สภาพขึ้นอืด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดบริเวณขมับซ้าย 1 นัด นอกจากนั้นมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณหน้าอกและลำตัวกว่า 10 แผล เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 วันสอบสวนนางจารี พิศสุวรรณ แม่ผู้ตายให้การว่า ผู้ตายเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2551 ปัจจุบันทำงานอยู่ที่สำนักงานทนายความในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา มีเพื่อนผู้ตายขับรถเก๋งไม่ทราบเลขทะเบียน มารับที่บ้านพักก่อนจะหายตัวไป และมาพบเป็นศพถูกฆ่าลอยน้ำดังกล่าวเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุเรื่องชู้สาว เพราะผู้ตายจัดว่าหน้าตาดี ที่ผ่านมามีชายหนุ่มมาติดพันหลายคน แต่ผู้ตายยังไม่ตัดสินใจเลือกคบหาใครอย่างจริงจัง คาดว่าคนร้ายรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี ไปรับผู้ตายจากบ้าน เพื่อพูดคุยตกลงอะไรกันบางอย่าง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ทำให้คนร้ายโกรธแค้นก่อเหตุขึ้น
โจรแฝงตัวเชียร์ฟุตบอล ยิงอส.ยะลาดับคาที่
ขณะนั่งเชียร์ทีมบ้านตะโลสุแมพบกับบ้านลือมุ๊ ที่ ต.กรงปินัง ขณะที่ ต.พร่อน คนร้ายขี่ จยย.บุกยิงเจ้าของร้านขายข้าวแกง อาการสาหัส ส่วนชาวบ้านเจาะไอร้องกว่า 500 คนละหมาดสาปแช่งโจรใต้เผาโรงเรียนวอด ..ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 เม.ย.) เมื่อเวลา 15.35 น. เกิดเหตุคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าไม่ทราบหมายเลขทะเบียนไปจอดหน้าร้านขายข้าวแกงเลขที่ 49 หมู่ 1 บ้านพร่อน ต.พร่อน อ.เมืองยะลา ริมทางลัดสายลำใหม่-ท่าสาป คนซ้อนท้ายสวมเสื้อสีแดงก้าวลงจากรถเดินตรงเข้าไปหานายมะกาเซ็ง อาแด อายุ 48 ปี เจ้าของร้านพร้อมชักอาวุธปืนไม่ทราบขนาดจ่อยิงติดต่อกันหลายนัด จนนายมะกาเซ็งล้มลง หลังจากนั้นคนร้ายได้เดินไปขึ้นรถจักยานยนต์ที่เพื่อนติดเครื่องรออยู่ขับขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ต่อมา พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.ท.เตียน ทองสมสี รักษาการแทน สวญ. ร.ต.ท.มานพ หนูหอม ร้อยเวร รุดไปที่เกิดเหตุนำนายมะกาเซ็งส่ง รพ.ศูนย์ยะลาวันเดียวกัน เวลา 15.45 น.พ.ต.อ.จุมพล เปรมศิริ ผกก.สภ.กรงปินัง พ.ต.ท.มนตรี คงวัดใหม่ รอง ผกก.สส.และนายอวยชัย จุฬาศิริวงศ์ ปลัดป้องกันอำเภอกรงปินัง รุดไปสอบสวนเหตุยิงกันหลัง อบต.กรงปินัง หมู่ 4 บ้านกีเยาะ ต.กรงปินัง ที่เกิดเหตุอยู่ริมสนามฟุตบอล มีชาวบ้านจับกลุ่มยืนมุงอยู่จำนวนมาก พบศพนายณรงค์ แวนะไล อายุ 38 ปี เป็น อส.อ.กรงปินัง ถูกยิงที่ศีรษะและท้ายทอยรวม 2 นัดนอนตายจมกองเลือดอยู่บนพื้นหญ้า ไม่พบหลักฐานอย่างอื่น จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายณรงค์กับเพื่อน อส.ได้ขับขี่จักยานยนต์ไปเชียร์ฟุตบอลซึ่งจัดโดย อบต.กรงปินังที่สนามดังกล่าว เป็นคู่ระหว่างทีมบ้านตะโลสุแมกับบ้านลือมุ๊ ปรากฏว่าขณะกำลังส่งเสียงเชียร์อยู่ริมสนาม คนร้ายไม่ทราบจำนวน เดินปะปนกลุ่มชาวบ้านเข้าไปใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะนายณรงค์ติดต่อกัน 2 นัดแล้วหลบหนีไป ซึ่งเหตุการณ์ทั้ง 2 เจ้าหน้าที่เชื่อว่าสาเหตุมาจากสถานการณ์ความไม่สงบอย่างไรก็ดี เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ลานหน้าเสาธง ของโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ หมู่ 10 บ้านปีแนมูดอ ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล รอง ผวจ.นราธิวาส เดินทางไปเป็นประธานในพิธีละหมาดฮายัติเพื่อขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า โดยชาวบ้านได้ร่วมถือป้ายผ้าประณามโจรใต้ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบเผาอาคารไม้ 2 ชั้นของโรงเรียน ได้รับความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เมื่อเช้ามืด โดยมีผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ 14 หมู่บ้านของ ต.บูกิต กว่า 500 คนรวมทั้ง พ.ต.อ.พีระพล ณ พัทลุง ผกก.สภ.เจาะไอร้อง นายสมศักดิ์ สิทธิวรกาญจน์ นายอำเภอเจาะไอร้อง และ พ.ท.ยุทธนา สายประเสริฐ ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 เข้าร่วมพิธี พร้อมกับนักเรียนและชาวบ้านที่ถือป้ายเขียนข้อความประณามการก่อเหตุ ซึ่งในที่สุดผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำดังกล่าวก็คือ ลูกหลานและญาติพี่น้องของคนในพื้นที่ทั้งสิ้น การจัดพิธีละหมาดและประณามในครั้งนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองกระจายกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดต่อมาหลังจากประกอบพิธีละหมาดแล้วเสร็จ นายนิพนธ์ รอง ผวจ.นราธิวาส กล่าวว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นแบบซ้ำซากในพื้นที่นั้น เพราะทุกคนยังมีความรับผิดชอบในความเป็นพลเมืองดียังไม่เต็ม 100 จนปล่อยให้กลุ่มคนร้ายแฝงตัวลอบก่อเหตุร้ายขึ้นได้ จนส่งผลกระทบต่อการศึกษาของบุตรหลาน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อกระแสไฟฟ้าที่ทุกคนไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ซึ่งทุกๆ อย่างคือสมบัติของชาวบ้านทุกคน ที่ต้องช่วยกันดูแล และเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ขอให้ถือว่าเป็นครั้งสุดท้าย และเป็นบทเรียนที่ทุกคนต้องจดจำ เพื่อร่วมกันสกัดกั้นไม่ให้คนร้ายก่อเหตุขึ้นอีกสำหรับความคืบหน้าการตระเวนตรวจสอบจุดเกิดเหตุทั้ง 5 อำเภอของเจ้าหน้าที่นั้น ในช่วงเช้าพบมีเหตุการณ์จำนวน 11 จุด ส่วนในช่วงบ่ายพบคนร้ายก่อเหตุเพิ่มเติมพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง คนร้ายลอบวางระเบิดหม้อแปลงไฟฟ้าและเผาสถานีทวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือ อีก 5 จุด รวมเป็น 16 จุด ส่วนความคืบหน้าเหตุลอบเผาโรงเรียน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง ได้เรียกชุดรักษาความปลอดภัย (ชรบ.) โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ จำนวน 6 คน ไปสอบปากคำเพื่อหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย โดยพบว่าคนร้ายมีจำนวน 4-5 คน ได้ฉวยโอกาสขณะชุด ชรบ.ทำพิธีละหมาด เข้าไปใช้ระเบิดเพลิงขว้างใส่อาคารเรียนไม้ขณะที่นายอับดุลกอ เดย์ อิบรอฮิม ผอ.โรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ กล่าวว่า สำหรับนักเรียนชั้น ม.2 ม.5 และ ม.6 จำนวนกว่า 100 คน ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เผาโรงเรียนในครั้งนี้ ทางโรงเรียนฯ ได้เตรียมความพร้อมโดยจะให้ขยับขยายไปใช้อาคารอีกหลังของโรงเรียนเป็น ห้องเรียนชั่วคราว ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ โต๊ะและเก้าอี้จะได้ขอสนับสนุนจากทางสำนักงานพื้นที่การศึกษานราธิวาสเขต 3 เพื่อที่จะสามารถมีความพร้อมรับเปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ต่อไป
โจรจี้ร้านปธ.สภาเมืองพัทยาตกใจเสียงร้องเผ่นแน่บ
ควงปืนบุกเดี่ยวปล้นร้านชักปืนจี้พนักงาน แต่พนักงานกลัวร้องตะโกนให้คนช่วย จนคนร้ายตกใจเผ่นหนีโดยที่ไม่ได้ทรัพย์สินไปแม้แต่ชิ้นเดียว..วันนี้ (27 เม.ย.) ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกจี้ร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รับจองตั๋วเครื่องบิน จำหน่ายภาพศิลปะและเครื่องโบราณ ชื่อ ซุปเปอร์ที 1943 จำกัด เลขที่ 59/2 ม.10 ถนนพระตำหนัก ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีนายทวิช ฉายสว่างวงศ์ ประธานสภาเมืองพัทยา เป็นเจ้าของ จึงเข้าตรวจสอบพบ น.ส.น้ำทิพย์ แตะอู่ อายุ 29 ปี พนักงานประจำร้านยืนตัวสั่น หน้าซีดตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้นน.ส.น้ำทิพย์ ให้การว่า ขณะนั่งรอลูกค้าอยู่ในเคาน์เตอร์ ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-24 ปี สูงประมาณ 160-170 ซม. ผิวดำ ตัดผมรองทรง ขี่รถจักรยายนต์แบบผู้หญิงสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อ และทะเบียนมาจอด จากนั้นได้เดินเข้ามาในร้านชักปืนจี้ ขู่บังคับให้ตนนำเงินในลิ้นชักใส่ในถุงให้หมด ด้วยความกลัวและตกใจ ตนจึงวิ่งหนีพร้อมร้องตะโกนเสียงดังเรียกให้คนช่วย จนคนร้ายตกใจวิ่งออกจากร้านขึ้นรถขับ หลบหนีไป โดยที่ไม่ได้ทรัพย์สินไปแม้แต่ชิ้นเดียว
หึงผัวพาสาวมานอน ตัดเจ้าโลกทิ้ง ยังหาชิ้นส่วนไม่เจอ
ฉวยจังหวะผัวไปกินเหล้าบ้านเพื่อนเมากลับมา มีดเฉือนเหลือแต่ตอ ก่อนอุ้มลูกหนีออกจากบ้าน สร่างเมาตื่นมาเห็นเลือดสาดหว่างขา ของรักของหวงหายไปกระเสือกกระสนตามเพื่อนบ้านให้ช่วยส่ง รพ...เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (27 เม.ย.) ตำรวจ สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยปลวกแดง ว่ามีชายถูกตัดอวัยวะเพศ ที่บ้านเลขที่ 617/2ม.1 ต.ปลวกแดง ช่วยกันนำส่ง รพ.ปลวกแดง และส่งต่อ รพ.ระยอง จึงรุดไปสอบสวนทราบชื่อชายที่ถูกหั่นเจ้าโลกรายนี้ คือ นายอุดมชัย น้อยท่าช้าง อายุ 31 ปี? ทำงานโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์คาวาซากิ แผนกคิวซี บริษัทคาวาซากิ ไทยแลนด์ นิคมอุตสาหกรรม จีเคแลนด์ ปลวกแดง ยังหาชิ้นส่วนไม่พบ ทำให้แพทย์ยังไม่สามารถต่อให้ได้ สอบสวนทราบว่า ผู้ลงมือตัดคือนางพัชรินทร์ น้อยท่าช้าง อายุ 32 ปี ภรรยา ซึ่งหลังก่อเหตุได้อุ้มลูกชายวัย 6 ขวบ หนีออกจากบ้านไปด้วยนายอุดมชัย ให้การว่า มักมีปากเสียงกับภรรยาประจำเรื่องหึงหวง เนื่องจากเมื่อกลางปีที่แล้ว นางพัชรินทร์ ได้กลับไปบ้านแม่ ทำให้รู้สึกว้าเหว่ จึงนำหญิงมานอนที่บ้าน นางพัชรินทร์ มาทราบภายหลังจึงจึงทะเลาะกันรุนแรง โดยนางพัชรินทร์ ระแวงว่าตนจะมีแฟนใหม่ จนกระทั่งช่วงค่ำวานนี้ (26 เม.ย.) ตนได้ไปกินเหล้าบ้านเพื่อน ตอนจะกลับได้มีฝนตกมาเสื้อเปียกจึงได้ใส่เสื้อเพื่อนกลับมาบ้านสร้างความไม่พอใจให้กับนางพัชรินทร์ จนทะเลาะกันอย่างรุนแรง แต่ด้วยความเมาตนจึงหลับไปจนกระทั่งตื่นมาตอนพบว่ามีผ้าคลุมที่อวัยวะเพศ มีเลือดไหลนอง เมื่อเลิกผ้าขึ้นก็ต้องตกใจสุดขีด เพราะอวัยวะเพศถูกตัดเหลือแต่พวงไข่ และไม่เห็นเมียและลูก จึงขอร้องให้เพื่อนบ้านช่วยนำส่งโรงพยาบาลนายอุดมชัย กล่าวด้วยว่า ระหว่างที่ถูกตัดอวัยวะเพศตนไม่มีความรู้สึกเพราะเมาและง่วงมาก และไม่ทราบว่าภรรยาตัดแล้วเอาชิ้นส่วนไปไว้ไหน จนบัดนี้ยังหาไม่พบ อย่างไรก็ตาม ยังไม่อยากเอาเรื่องภรรยา ขอปรึกษาญาติๆ ก่อนด้าน นพ.สวัสดี โล่ห์วรพงศ์ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ เจ้าของไข้ ได้ทำการผ่าตัดตบแต่งบาดแผลให้นายอุดมชัย ใช้สายยางช่วยปัสสาวะ ปรากฏว่ายังไม่มีการแทรกซ้อนหรือติดเชื้อ สามารถปัสสาวะได้ตามปกติ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น