อีกกว่า 943 ราย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบว่าผู้ป่วยจำนวนนี้เป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ และใช่เชื้อสายพันธุ์เดียวกับที่แพร่ระบาดในรัฐเท็กซัสของสหรัฐอเมริกาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางการได้สั่งงดการเรียนการสอนของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดไปมากกว่านี้นายโฮเซ แองเจล กอร์โดบา รัฐมนตรีสาธารณสุขเม็กซิโก กล่าววานนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า ทางการได้สั่งให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยหลายแห่งในกรุงเม็กซิโก ซิตี้ และพื้นที่โดยรอบหยุดการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังแนะนำให้ผู้ป่วยหยุดงานด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโรคที่เพิ่มขึ้น
หญิงไทยแฉถูกหลอกค้ากามใน "ซ่องป่า"สิงคโปร์
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานวันนี้ (24 เม.ย.) ว่า ผู้หญิงไทย 5 คนรวมทั้งแม่และลูกสาวคู่หนึ่ง ถูกหลอกว่าจะได้งานทำค่าตอบแทนสูงในร้านอาหารดีๆในสิงคโปร์แต่ในท้ายที่สุดกลับถูกขู่บังคับให้หลับนอนกับแขกหลายร้อยคนก่อนได้รับการช่วยเหลือ นา
งพร แม่ลูกสอง อายุประมาณ 30ปี ปัจจุบันอยู่ที่ศูนย์พักพิงแรงงานผู้หญิงถูกล่วงละเมิดในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ตลอด3 วัน ที่เธอต้องทำงานใน ?ซ่องกลางป่า? ที่ทำเป็นเพิงง่ายๆ คลุมด้วยแผ่นพลาสติก ส่วนข้างในมีฟูกแบบพับได้ปูผืนเดียว ก่อนได้รับช่วยเหลือพร้อมผู้หญิงไทยอีก 2คนว่า ตนคิดว่าจะได้ทำงานในโรงแรม แต่กลับถูกจับลงนรก พวกแมงดา ขู่ว่าหากไม่อยากทำ ต้องจ่ายเงิน 20,000 บาท (ราว 560 ดอลลาร์) ซึ่งอ้างว่าได้จ่ายเป็นค่าตัวไปแล้ว ?หรือไม่ก็ต้องหลับนอนกับผู้ชายถึง 160 คนก่อน จึงได้เงินส่วนแบ่ง พวกแมงดาคิดค่าบริการ 20 เหรียญสิงคโปร์(ราว 460 บาท)/10 นาที ส่วนเหยื่ออีก 2คน เป็นแม่ลูกกัน ผู้เป็นแม่อายุประมาณ ?40 ปี ส่วนลูกสาววัย 20 ปี พากันหลบหนีจากซ่องป่าได้และเดินทางกลับไทยแล้วทั้งนี้ ข่าวระบุว่าการค้ากาม เป็นอีกมุมหนึ่งของสิงคโปร์ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักเมื่อเทียบกับเรื่องศูนย์การค้า การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและกฎหมายเข้มงวดสั่งห้ามการทิ้งขยะเรี่ยราดและนำเข้าหมากฝรั่ง ขณะที่โสเภณี เป็นสิ่งถูกกฎหมายในเมืองลอดช่อง แต่ก.ม.ห้ามมิให้แสวงหาผลประโยชน์จากการค้ากามและเอาผิดกับผู้หากินกับซ่องโสเภณีด้านกระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ เผยรัฐบาลมีก.ม.ครอบคลุมและมีการกวาดล้างอย่างจริงจังกับพวกหลอกลวงผู้หญิงสู่วงจรค้ากามและค้ามนุษย์ ในคดีถูกขู่บังคับเป็นโสเภณีมีน้อยมาก หลายคดีที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผู้หญิงและพวกแก๊งต้มตุ๋น เกิดขัดแย้งกันเรื่องรายได้และข้อตกลงอื่นๆขณะที่เหยื่อผู้ถูกล่อลวงและได้รับช่วยเหลือพ้นภัย เปิดเผยว่า โสเภณีหลายคน ทั้งตั้งใจและถูกหลอก เข้าสิงคโปร์ในฐานะนักท่องเที่ยวและถูกจัดอยู่รวมกลุ่มกัน ส่วนวีซ่านักท่องเที่ยวสิงคโปร์ อนุญาตให้อยู่ได้1เดือน หลายคนเลือกมีเซ็กซ์กับลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อเร่งหาเงินจ่ายค่าตัวให้พวกแมงดา ส่วนหญิงสาววัย 23ปีคนหนึ่ง จากภาคเหนือของไทย กล่าวว่า เคยรับแขกมากสุดคืนละ 17คน แต่เพื่อนบางคนนอนกับแขกคืนละมากกว่า 30คน โดยมีรายได้ราว 2,000ดอลลาร์ (ราว70,000บาท) ขณะอยู่ในสิงคโปร์1เดือนเมื่อปีที่แล้วหรือเท่ากับเงินเดือนของผู้จัดการโรงงานในไทย และว่าคงไม่ทำงานอย่างนี้อีกแล้ว หากกลับไทยได้ตอนนี้ อยากกลับไปเรียนหนังสือและทำงานสาขาอื่นแทน
งพร แม่ลูกสอง อายุประมาณ 30ปี ปัจจุบันอยู่ที่ศูนย์พักพิงแรงงานผู้หญิงถูกล่วงละเมิดในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ตลอด3 วัน ที่เธอต้องทำงานใน ?ซ่องกลางป่า? ที่ทำเป็นเพิงง่ายๆ คลุมด้วยแผ่นพลาสติก ส่วนข้างในมีฟูกแบบพับได้ปูผืนเดียว ก่อนได้รับช่วยเหลือพร้อมผู้หญิงไทยอีก 2คนว่า ตนคิดว่าจะได้ทำงานในโรงแรม แต่กลับถูกจับลงนรก พวกแมงดา ขู่ว่าหากไม่อยากทำ ต้องจ่ายเงิน 20,000 บาท (ราว 560 ดอลลาร์) ซึ่งอ้างว่าได้จ่ายเป็นค่าตัวไปแล้ว ?หรือไม่ก็ต้องหลับนอนกับผู้ชายถึง 160 คนก่อน จึงได้เงินส่วนแบ่ง พวกแมงดาคิดค่าบริการ 20 เหรียญสิงคโปร์(ราว 460 บาท)/10 นาที ส่วนเหยื่ออีก 2คน เป็นแม่ลูกกัน ผู้เป็นแม่อายุประมาณ ?40 ปี ส่วนลูกสาววัย 20 ปี พากันหลบหนีจากซ่องป่าได้และเดินทางกลับไทยแล้วทั้งนี้ ข่าวระบุว่าการค้ากาม เป็นอีกมุมหนึ่งของสิงคโปร์ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักเมื่อเทียบกับเรื่องศูนย์การค้า การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและกฎหมายเข้มงวดสั่งห้ามการทิ้งขยะเรี่ยราดและนำเข้าหมากฝรั่ง ขณะที่โสเภณี เป็นสิ่งถูกกฎหมายในเมืองลอดช่อง แต่ก.ม.ห้ามมิให้แสวงหาผลประโยชน์จากการค้ากามและเอาผิดกับผู้หากินกับซ่องโสเภณีด้านกระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ เผยรัฐบาลมีก.ม.ครอบคลุมและมีการกวาดล้างอย่างจริงจังกับพวกหลอกลวงผู้หญิงสู่วงจรค้ากามและค้ามนุษย์ ในคดีถูกขู่บังคับเป็นโสเภณีมีน้อยมาก หลายคดีที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผู้หญิงและพวกแก๊งต้มตุ๋น เกิดขัดแย้งกันเรื่องรายได้และข้อตกลงอื่นๆขณะที่เหยื่อผู้ถูกล่อลวงและได้รับช่วยเหลือพ้นภัย เปิดเผยว่า โสเภณีหลายคน ทั้งตั้งใจและถูกหลอก เข้าสิงคโปร์ในฐานะนักท่องเที่ยวและถูกจัดอยู่รวมกลุ่มกัน ส่วนวีซ่านักท่องเที่ยวสิงคโปร์ อนุญาตให้อยู่ได้1เดือน หลายคนเลือกมีเซ็กซ์กับลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อเร่งหาเงินจ่ายค่าตัวให้พวกแมงดา ส่วนหญิงสาววัย 23ปีคนหนึ่ง จากภาคเหนือของไทย กล่าวว่า เคยรับแขกมากสุดคืนละ 17คน แต่เพื่อนบางคนนอนกับแขกคืนละมากกว่า 30คน โดยมีรายได้ราว 2,000ดอลลาร์ (ราว70,000บาท) ขณะอยู่ในสิงคโปร์1เดือนเมื่อปีที่แล้วหรือเท่ากับเงินเดือนของผู้จัดการโรงงานในไทย และว่าคงไม่ทำงานอย่างนี้อีกแล้ว หากกลับไทยได้ตอนนี้ อยากกลับไปเรียนหนังสือและทำงานสาขาอื่นแทน กษิตเยือนวอชิงตัน หารือฮิลลารี ประเด็นภูมิภาค-โลก
ขณะที่รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ยังมีกำหนดเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเออาร์เอฟ ที่กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคมนี้.สำนักข่าวต่างประเทศ
รายงานวันนี้ (24 เม.ย.) นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ให้การต้อนรับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ที่กรุงวอชิงตัน ในวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่นก่อนการหารือในครั้งนี้ นางคลินตัน กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า เธอจะหารือประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลกกับรัฐมนตรีต่างประเทศไทย ซึ่งนางคลินตัน ยังมีกำหนดเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเออาร์เอฟ ที่กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคมนี้รายงานข่าวระบุว่า นางคลินตัน กล่าวให้การต้อนรับนายกษิต ในโอกาสเยือนกรุงวอชิงตัน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯและไทยมีความสัมพันธ์ที่สำคัญมากมายหลายด้านและแน่นแฟ้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงหวังว่าจะได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศไทยในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก.
รายงานวันนี้ (24 เม.ย.) นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ให้การต้อนรับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ที่กรุงวอชิงตัน ในวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่นก่อนการหารือในครั้งนี้ นางคลินตัน กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า เธอจะหารือประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลกกับรัฐมนตรีต่างประเทศไทย ซึ่งนางคลินตัน ยังมีกำหนดเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเออาร์เอฟ ที่กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคมนี้รายงานข่าวระบุว่า นางคลินตัน กล่าวให้การต้อนรับนายกษิต ในโอกาสเยือนกรุงวอชิงตัน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯและไทยมีความสัมพันธ์ที่สำคัญมากมายหลายด้านและแน่นแฟ้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงหวังว่าจะได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศไทยในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก.ไมโครซอฟท์กำไรร่วง 32 เปอร์เซ็นต์ หุ้นพุ่งรับวินโ7
บริษัท ซอฟท์แวร์รายใหญ่สุดของโลก แถลง รายได้ในไตรมาสที่สิ้นสุดลงเมื่อเดือนมี.ค.อยู่ที่ 13,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากเดิม อยู่ที่ 14,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วสำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (24 เม.ย.) บริษัทไมโครซอฟท์? ผู้ผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ระดับโลกมีกำไรลดลงร้อยละ 32 อยู่ที่ 2,980 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ? (107,280 ล้านบาท) เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อรายรับของบริษัท แต่หุ้นของไมโครซอฟท์ยังพุ่งขึ้น เนื่องจากนักลงทุนขานรับแผนลดค่าใช้จ่ายและโปรแกรมระบบปฏิบัติการวินโดว์ 7รายงานอ้างบริษัท ซอฟท์แวร์รายใหญ่สุดของโลก แถลงว่า รายได้ในไตรมาสที่สิ้นสุดลงเมื่อเดือนมี.ค.อยู่ที่ 13,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากเดิม อยู่ที่ 14,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว นายคริส ลิดเดล ผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัทไมโครซอฟท์ คาดว่า ตลาดจะยังคงซบเซาไปจนถึงไตรมาสหน้าเป็นอย่างน้อย และว่าในไตรมาสปัจจุบันธุรกิจซอฟท์แวร์จะประสบภาวะลำบากมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัท ไมโครซอฟท์แถลงว่า บริษัทเตรียมเผยโฉมระบบปฏิบัติการวินโดว์ 7 ตามกำหนดในปี 2553
ไอเอ็มเอฟชี้ทั่วโลกยังต้องเผชิญวิกฤตศก.อีกนาน

'โดมินิก สเตราส์-คาห์น' ประธานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เชื่อมั่นเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวได้ในปีหน้า ยอมรับทั่วโลกยังต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์อีกยาวนาน อันเนื่องจากยอดขาดทุนถึง 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ ที่มีสาเหตุมาจากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ ในสหรัฐฯ.สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (24 เม.ย.) ว่า นายโดมินิก สเตราส์-คาห์น ประธานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า วิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกจะไม่ยุติลงง่าย ๆ และภาวะการฟื้นตัวจะมาจากสหรัฐ แถลงการณ์ครั้งล่าสุดนี้มีขึ้นก่อนการประชุมของไอเอ็มเอฟ ประจำฤดูใบไม้ผลิ ที่กรุงวอชิงตัน ในสุดสัปดาห์นี้ประธานไอเอ็มเอฟ ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวได้ในปีหน้า โดยในปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 1.3% ก่อนกระเตื้องขึ้นมาอยู่ 1.9% ในปีหน้า จุดเริ่มต้นของภาวะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะต้องมาจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทั่วโลกยังต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์อีกยาวนาน อันเนื่องจากยอดขาดทุนถึง 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ ที่มีสาเหตุมาจากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ ในสหรัฐฯ
หุ้นมะกันปิดบวก นักลงทุนช้อนซื้อ หนุนหุ้นกลุ่มการเงิน

ปิดการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯวันที่ 23 เมษายน 2552 ดัชนีปรับตัวสูงขึ้น 70.49 จุด หลังจากธนาคารระดับภูมิภาคหลายแห่งรายงานผลประกอบการดีกว่าคาดการณ์ จนหนุนให้หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น...สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปิดการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯประจำวันที่ 23 เม.ย.เปิดค้าปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนมีกำลังใจเข้ามากว้านซื้อหุ้น หลังจากทราบรายงานที่ว่าบริษัทแอปเปิลมีผลกำไรจากการจำหน่ายไอพอด และไอโฟน แรงช้อนซื้อยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากธนาคารระดับภูมิภาคหลายแห่งรายงานผลประกอบการดีกว่าคาดการณ์ จนหนุนให้หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้น ข่าวนี้กลบรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง และภาพรวมฐานะทางการเงินที่คลอนแคลนของบริษัทยูไนเต็ด พาร์เคิล เซอร์วิสปิด ตลาด ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 70.49 จุด หรือ 0.89% มาอยู่ที่ระดับ 7,957.06 แนสแดคอยู่ที่ระดับ 1,652.21 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 6.09 จุด หรือ 0.37% และเอสแอนด์พีอยู่ที่ระดับ 851.92 จุด ปรับตัวขึ้น 8.37 จุด หรือ 0.99%.
สื่อมะกันโดนด่าจับโอบามาเปลือยอกขึ้นปก

เดอะ วอชิงตันเนี่ยน ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ อย่างกว้างขวาง รวมถึงมีทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย หลังเผยแพร่ภาพเปลือยท่อนบน ของผู้นำสหรัฐ ท่ามกลางคะแนนนิยมที่เพิ่มขึ้น ของนายบารัก โอบามานิตยสาร "เดอะ วอชิงตันเนี่ยน" ฉบับเดือนพฤษภาคม 2552 กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอเมริกัน หลังเผยแพร่ภาพประธานาธิบดี บารัก โอบามา เปลือยท่อนบน สวมแค่กางเกงว่ายน้ำสีแดงและแว่นกันแดดขึ้นปกนิตยสารฉบับล่าสุด ซึ่งผู้ชื่นชอบมองว่าภาพปกช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมือง แต่ผู้ไม่เห็นด้วยกล่าวโจมตีว่าภาพดังกล่าวไม่เหมาะสม และบรรณาธิการนิตยสารขาดวุฒิภาวะส่วน น.ส.ซูซาน โมลเลอร์ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ และคอลัมนิสต์ของเว็บไซต์ฮัฟฟิงตันโพสต์ ระบุนิตยสารอาจมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เพราะมีการปรับแต่งสีผิวของโอบามาให้ดูเป็นสีทอง แทนที่จะเป็นสีผิวเข้มตามความเป็นจริง ด้านนายแกเรตต์ กราฟ ผู้สื่อข่าวสายการเมืองของนิตยสารวอชิงตันเนี่ยน ยืนยันว่ามีการปรับแต่งพื้นหลังของภาพให้ดูสว่างขึ้น แต่สีผิวของโอบามากลายเป็นสีทองเพราะพิมพ์บนกระดาษที่มีความมันวาว และระบุว่าโมลเลอร์คิดมากเกินไปขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นจัดทำโดยสำนักข่าวเอพีร่วมกับสถาบันเอกชนจีเอฟเค เผยแพร่เมื่อ 23 เม.ย. ระบุประชาชนอเมริกัน 64 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับประสิทธิภาพการทำงานของโอบามา ส่วนผู้เชื่อว่ารัฐบาลโอบามากำลังนำพาสหรัฐฯไปในทางที่ถูกต้องมีทั้งหมด 48 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มจากสถิติ 40 เปอร์เซ็นต์ จากผลสำรวจเมื่อเดือน ก.พ. ชี้ให้เห็นว่าคะแนนนิยมในตัวโอบามาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม ส่วนสถิติผู้ที่เห็นว่าโอบามากำลังนำพาสหรัฐฯไปผิดทาง มีทั้งหมด 44 เปอร์เซ็นต์ แต่ชาวอเมริกันที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันยอมรับการทำงานของโอบามาน้อยลงจาก 33 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 24 เปอร์เซ็นต์.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น