วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2552

'ระนองรักษ์' ตื่นลุยปราบผู้ใช้เน็ตป่วนชาติ

ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เผยไอซีทีปราบเว็บป่วนไปแล้วกว่า 9 ยูอาร์แอล เป็นเว็บกระทบกับความมั่นคง 6,218 ยูอาร์แอล เข้าข่ายลามกอนาจาร 2,307 ยูอาร์แอล และเกมการพนัน 430 ยูอาร์แอล วันนี้ (24 เม.ย.) ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ไอซีที พร้อมที่จะดำเนินการกับผู้ที่เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศชาติบนเว็บไซต์ต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต ทั้งเผยแพร่เนื้อหา ภาพ หรือข้อความที่มีลักษณะปลุกระดม อันเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายหรือการจลาจล หรือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาทบุคคลหรือสถาบันที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ กระทรวงไอซีทีจะใช้กฎหมายบังคับอย่างจริงจัง และเข้มงวดนอกจากนี้ รมว.ไอซีที กล่าวเพิ่มว่า การจัดทำเว็บไซต์แล้ว การตั้งกระทู้ หรือโพสต์ข้อความต่างๆ นั้นต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ด้วย จึงขอให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหลายศึกษารายละเอียดในพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ดี และทางกระทรวงไอซีทีได้มีการสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้โดยการจัดส่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ไปยังสถานศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว เพื่อให้ศึกษารายละเอียดและบทลงโทษต่างๆ ที่ชัดเจนร.ต.หญิงระนองรักษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกระทรวงไอซีทีได้ดำเนินการกับเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลไม่ เหมาะสมต่างๆ ผ่านทางศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต หรือ ISOC แล้วร่วม 9,000 ยูอาร์แอล แบ่งเป็นเว็บไซต์ที่กระทบกับความมั่นคง 6,218 ยูอาร์แอล เว็บไซต์ที่เผยแพร่ซึ่งข้อมูลเข้าข่ายลามกอนาจาร 2,307 ยูอาร์แอล และเว็บไซต์เกมการพนัน 430 ยูอาร์แอล และทางกระทรวงไอซีทียังได้เปิดเลขหมาย โทรศัพท์เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์เกี่ยวกับการกระทำความผิดทาง คอมคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ที่เบอร์ 02-505-౮౮౯౮
เพิ่มคนซอฟต์แวร์เข้าวงการ ต้องยกระดับการสอน
ปัญหาการขาดแรงงานของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เหมือนจะสวนกระแสเศรษฐกิจโลกที่ดิ่งลงเหว ทั้งที่นักศึกษาจบใหม่ๆ มีมากมาย แต่ไม่อาจจะนำดึงมาใช้งานได้ทันที เพราะสิ่งที่เด็กเรียนมาไม่ตรงกับตลาด จึงถึงเวลาที่เด็กต้องได้รู้ในเรื่องที่ใช้จริงๆ...จากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยของประเทศไทย เนื่องจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก และปัญหาการเมืองในประเทศตั้งแต่ปลายปี 2551 จนถึงขณะนี้ ทำให้คาดกันว่าภาคอุตสาหกรรมต่างๆ จะลดจำนวนคนงาน ข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในปี 2552 จะมีอัตราว่างงานของประเทศไทยจะสูงถึง 2.2-2.6% เมื่อเที่ยบกับแรงงานทั้งหมด หรือมีจำนวนคนว่างงานประมาณ 8.5 แสนคน 1 ล้านคน (รวมกับแรงงานใหม่ที่จบการศึกษาช่วงเดือน มี.ค.) โดยกลุ่มแรงงานที่ได้ผลกระทบมากที่สุด คือ แรงงานจบใหม่ แรงงานนอกระบบ และแรงงานชั่วคราว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมไอที โดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์คาดกันว่า ภาวะวิกฤตนี้ยังไม่กระทบกับการจ้างงานมากนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้รับประโยชน์จากการที่อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องประหยัดต้นทุนการผลิต และบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ข้ามชาติ ยังมีการเอาท์ซอร์สงานไอทีออกไปยังผู้ให้บริการภายนอกมากขึ้น อีกทั้งความต้องการบุคลากรด้านไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคยังคงขาดแคลน และเป็นที่ต้องการถึงกับต้องทุ่มเงินเพื่อซื้อตัวไปทำงาน คาดว่าในปี 2552 จะขาดแคลนบุคลากรด้านไอทีและระบบเครือข่ายถึง 396,000 คน เพิ่มจากช่วงปี 2549 ที่ขาดแคลนอยู่เพียง 210,000 คนปัญหาดังกล่าวสอดคล้องกับกับงานศึกษาของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค ที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยยังขาดบุคลากรทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่บัณทิตบางส่วนมีความรู้ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน หรือ การเรียนการสอนไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี เมื่อปัญหาเชิงคุณภาพยังคงมีอยู่ ทางผู้ประกอบการมักจะแก้ปัญหาด้วยการอบรมเพิ่มเติม หรือ ใช้เวลาในการสอนงานระยะหนึ่งให้กับพนักงาน ก่อนที่จะมอบหมายงานให้ทำจริงส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในการพัฒนาบุคลากร หรือการจ้างงานจากปัญหาที่กล่าวมา องค์กรธุรกิจ เอกชน จึงมักเลือกผู้ที่มีประสบการณ์ทำงาน มากกว่าการรับบัณฑิตจบใหม่ ดังนั้นเมื่อเร็วๆ นี้ เนคเทค และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) และ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (สทป.) จึงได้จัดทำ โครงการ "การเพิ่มขีดความสามารถของนักศึกษาสู่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Go to Software Industry)"รุ่นที่ 1 ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษา ที่จบการศึกษาด้านซอฟต์แวร์ ก่อนออกสู่ตลาดแรงงานจริง แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพื่อตอบสนองภาคเอชน และผู้ประกอบการดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการ เนคเทค อธิบายถึงที่มาของโครงการ ?การเพิ่มขีดความสามารถของนักศึกษาสู่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Go to Software Industry)? ว่า ถือเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างเนคเทค ภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนการวางแผนการผลิตกำลังคนของ มทร. และ สทป. เพราะจากข้อมูลของเนคเทคที่สำรวจมาพบว่า แต่ละปีจะมีนักศึกษาสาขาไอทีจบจาก สทป. และมทร.ประมาณ 10,000 คนต่อปี แต่เมื่อเด็กจบออกมาใหม่ ต้องเสียเวลาอีก 6 เดือนเพื่อปรับตัวเข้ากับงานผอ.เนคเทค อธิบายต่อว่า โครงการนี้เป็นการรับฟังความต้องการของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เพื่อเตรียมความพร้อมอาจารย์ ปรับปรุงหลักสูตรการสอน ให้สอดคล้องกับธุรกิจฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และโทรคมนาคม โดยเฉพาะกลุ่มซอฟต์แวร์ที่มีโอกาสเติบโต จากการรับงานเอาซอร์สเขียนซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ อย่างไรตามไม่ได้มุ่งที่จะรับงานจากต่างประเทศ แต่มองไปถึงการก้าวสู่วิศวกรรมซอฟต์แวร์ขั้นสูง ออกแบบสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ภายในประเทศได้เองด้าน ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ อุปนายก สมาคม ATCI อธิบายว่า หัวข้อที่จะบรรยายจะให้ความสำคัญกับแนวโน้ม และการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่มีต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย รวมถึงเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่ มาตรฐานนานาชาติเกณฑ์คุณภาพ และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ จะรู้แค่ภาษา จาวา ดอทเน็ต หรือ พีเอชพี ไม่ได้เพราะเทรนด์การพัฒนาเปลี่ยนไปที่การทำซอฟต์แวร์เชิงบริการ หรือ SOA: Software Oriented Architecture แล้ว ที่ผ่านมาไทยผลิตคนไม่ตรงตลาด แถมยังมีค่าแรงสูงอุปนายก สมาคม ATCI อธิบายอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยเจอผู้บริหาร บ.ซอฟต์แวร์ต่างชาติ บอกว่าจะเข้ามาลงทุน มีงานพัฒนาซอฟต์แวร์มาจ้างคนไทย แต่หาคนทำงานให้ไม่ได้ เพราะคนไทยไม่รู้จักเทคโนโลยีที่เขาใช้ เมื่อมีโครงการนี้เกิดขึ้นจะทำให้ช่องว่างระหว่างการเป็นสถาบันภาครัฐ หรือเอกชนหมดไป เพราะมักจะเห็นว่าสถาบันภาครัฐขาดความคล่องตัวในการปรับตัว เพื่อสร้างการเรียนการสอนใหม่ๆ เหมือนกับสถาบันของเอกชนดร.ธนชาติ อธิบายเสริมว่า เมื่อเด็กไทยรู้ว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ต้องการอะไรแล้ว การที่สมาคมต่างๆ และเนคเทคเข้ามาร่วมกันฟูมฟัก ปลูกฝังความรู้กันตั้งแต่เรียนปี 1 น่าจะเป็นผลดีในระยะเริ่มต้นนี้ ส่วนตัวมั่นใจว่าระดับการเขียนโปรแกมภาษาคอมพิวเตอร์เด็กไทยทำได้ แต่การไปถึงขั้นที่ออกแบบซอฟต์แวร์ หรือ กระบวนการพัฒนาไปไม่ค่อยถึงจุดนั้น เนื่องจากหลักสูตรเขียนไว้แค่ขั้นพื้นฐาน ต่างจากในต่างประเทศที่การเรียนพื้นฐานเป็นส่วนหนึ่ง แต่จะเน้นที่การฝึกงาน หรือการเรียนแบบสหกิจที่ต้องลงมือทำงานจริงมากกว่านายสมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคม ATSI อธิบายว่า แรงงานในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ถือว่ามีค่าตอบแทนการทำงานสูงกว่าอาชีพอื่นๆ จึงต้องมีการคิดที่จริงจังในการสนับสนุน ที่ไม่ใช่แค่รองรับตลาดในประเทศ แต่ต้องมองไปถึงตลาดต่างประเทศ สิ่งที่เกิดในโครงการนี้จะทำให้สถาบันการศึกษาอื่นๆ หันมามอง เพราะจะเน้นที่การดันให้เด็กเรียนรู้แบบสหกิจศึกษา ไปฝึกงานในองค์กรจริงๆ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ ทั้งอุตสาหกรรม ไม่ใช้ฝึก 1 คน 1องค์กร แล้วนั่งเรียนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดกับซอฟต์แวร์ไปวันๆ ขณะนี้ ซอฟต์แวร์ไทยมีคุณภาพระดับที่คนยอมจ่ายเงินซื้อแล้ว ต้องมีกระบวนการ และการพัฒนาที่เป็นระบบจริงๆ ทั้งนี้เด็กที่เข้ามาร่วมโครงการนี้ ต่อไปจะได้รับการแนะนำไปยังบริษัทซอฟต์แวร์สมาชิกของสมาคม ATSI ที่มีกว่า 250 บริษัทได้รู้จัก เพราะถือว่าเป็นนักศึกษาที่ได้รับการบ่มเพาะมาแล้วใช้งานได้ส่วน ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความเห็นในฐานะของประธานกลุ่ม มทร. ทั้งหมด และประธานคณะทำงานความร่วมมือฯ การพัฒนากำลังคนฯ ถึงภาพรวมประโยชน์ที่จะได้รับว่า การขาดแคลนบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย เป็นสิ่งที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทางด้านการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลิตบุคลากรจะเป็นจะต้องร่วมมือ และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กลุ่ม มทร.และ สทป.ที่เป็นสถาบันการศึกษาที่มีส่วนสำคัญ ในการผลิตบุคลากรออกสู่ตลาดแรงงานหน่วยงานหนึ่งรองอธิการบดี มทร.ธัญญบุรี อธิบายด้วยว่า ถึงเวลาแล้วที่สถาบันการศึกษา และอาจารย์ผู้สอนต้องปรับเปลี่ยนมุมมอง ตลอดจนปรับตัวเพื่อรองรับการผลิตกำลังคน ให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมตามไปด้วย ส่วนตัวถ้าเป็นไปได้ อยากให้อาจารย์ผู้สอนได้เข้าไปลองทำงานกับบริษัทซอฟต์แวร์สักระยะหนึ่ง เพื่อเรียนรู้การทำงาน จะได้กลับมาสอนนักศึกษาให้ตรงจุด เมื่อเด็กจบออกไปจะได้ตรงกับความต้องการ เพราะอาจารย์ย่อมสอนได้แค่ขั้นพื้นฐาน แต่คนที่ใช้งานจริงๆ คือ ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ฟังดูจากที่ผู้รู้ที่คร่ำหวอดในวงการซอฟต์แวร์ และอาจารย์ในสถาบันการศึกษา รวมถึงทางเนคเทคแล้ว ก็มามองถึงความจริงที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาของเด็กไทย ในการเรียนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที ที่หลายๆ ปีที่ผ่านมา สถาบันการศึกษาแทบทุกแห่ง ต่างเปิดคณะ หรือสาขาด้านไอซีทีกันราวดอกเห็ด และบัณฑิตที่จบออกมาก็มีมากมายหลายหมื่นคน แต่สิ่งที่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ตอบมา คือ คนไม่เพียงพอ หรือ ไม่สามารถใช้งานได้ความจริงขณะนี้ คือ นักศึกษาเรียนในสิ่งที่ไม่ได้ใช้ บางคนเขียนโปรแกรมได้ แต่ออกแบบโครสร้างการทำงานไม่เป็น เหมือนกับที่ทั่วโลกต้องการซอฟต์แวร์ระดับที่ที่สร้างตึกระฟ้า แต่สอนเด็กไทยให้ทำซอฟต์แวร์ได้แค่ตึกแถว 4 ชั้น คนที่เป็นโปรแกรมเมอร์เก่งๆ ไม่ได้เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ แล้วคนที่เรียวิศวคอมพิวเตอร์จบไปทำงานไม่ตรงสาย กลายเป็นเสียทรัพยากรบุคคลที่เปล่าประโยชน์ พร้อมกับคำถามคาใจ คือ "เรียนจบแล้วไปทำอะไร"...

เอชพี ชูนิยามออมเงินด้านเซิร์ฟเวอร์รับพิษศก.

ส่งพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ HP ProLiant G6 ใหม่ล่าสุด กว่า 11 รุ่น ลดรายจ่ายด้านไอที ควบคุมการเงินเซิร์ฟเวอร์ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่รับกระแสเศรษฐกิจซบ หวังเปลี่ยนนิยามใหม่ให้กับข้อพิจารณาด้านการเงินของผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์...นายธนาวัฒน์ กีรสิทธ์เสริฐ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Industry Standard Servers (ISS) กลุ่มธุรกิจ เทคโนโลยี โซลูชั่นส์ กรุ๊ป บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอชพี กล่าวว่า จากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้บริษัทหลายแห่ง และลูกค้าต้องการลดต้นทุนและพลังงานลง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเอชพีผจก.ผลิตภัณฑ์ ISS กลุ่มธุรกิจ เทคโนโลยี โซลูชั่นส์ กรุ๊ป เอชพี กล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เอชพีนำเสนอให้กับลูกค้า จะช่วยลดค่าใช้จ่ายไอที? รวมถึง มีความคุ้มค่าด้านการบริการแบบครบวงจร บนแพลทฟอร์มมาตรฐานทั้งแบบทาวเวอร์ ตู้แร็คขณะเดียวกัน จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทน ทางด้านไอทีที่มีความคุ้มค่าในการใช้งานนายธนาวัฒน์ กล่าวอีกว่า การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการออกสินค้าใหม่ เพื่อดึงกลุ่มลูกค้า และตอบสนองลูกค้าที่ต้องการฟังก์ชั่นที่มีความหลากหลาย โดยเน้นไปในส่วนในการช่วยลดค่าใช้จ่ายเป็นหลัก ทั้งนี้ เอชพีจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์? Hp Proliant G6 กว่า 11 รุ่นผจก.ผลิตภัณฑ์ ISS กลุ่มธุรกิจ เทคโนโลยี โซลูชั่นส์ กรุ๊ป เอชพี กล่าวด้วยว่า ผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant G6 เป็นเซิร์ฟเวอร์ในตระกูล x86 ที่มีการประหยัดพลังงานสูงในวงการไอที ประกอบไปด้วยคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงานที่หลากหลาย เช่น The HP Sea of Sensors ระบบระบายความร้อนทั่วเซิร์ฟเวอร์อัตโนมัติ The Common Power Slot design จัดสรรพลังงานและทรัพยากรการทำความเย็นภายในศูนย์ข้อมูล เป็นต้น



เลอโนโวพร้อมลุยตลาดพีซีครึ่งหลังปีตั้งเป้า1ใน౫
ขณะที่ตลาดพีซีภาพรวมปีนี้จะไม่โตมากนัก แม้ยอดขายที่ผ่านมาเติบโตสูงกว่าตลาดรวมมาต่อเนื่อง เชื่อเป็นเพราะการยอมรับจากผู้บริโภค โดยจะดันแบรนด์ "ไอเดียแพด" คู่กับการทำตลาดกลุ่มเอสเอ็มบี ล่าสุดออกผลิตภัณฑ์ใหม่...นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์ธุรกิจองค์กร บริษัทเลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่เลอโนโวได้นำเอาผลิตภัณฑ์แบรนด์ "ไอเดียแพด" เข้ามาทำตลาดกลุ่มคอนซูมเมอร์เมื่อปี 2551 ปัจจุบันมีการเติบโตกว่า 6 เท่า หรือโตกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดพีซีรวม ส่วนในประเทศอื่นๆ แบรนด์ไอเดียแพดเป็นที่ยอมรับ ขายในโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ได้หลายแสนเครื่อง ทั้งนี้ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากการบริหารห่วงโซ่อุปทาน การจัดการสินค้า และการบริหารงานที่ใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อลดค่าใช้จ่าย
ผจก.ประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์ธุรกิจองค์กร บ.เลอโนโว กล่าวต่อว่า ในปี 2552 เลอโนโวจะเน้นทำตลาดกลุ่มภูมิภาคอาเซียนรวมทั้งไทย ที่เป็นตลาดใหม่มีจำนวนพีซีต่อประชากรน้อย เพราะถือเป็นตลาดที่เติบโตมากกว่า 35% สูงกว่าตลาดในทวีปอเมริกาเหนือ หรือ ออสเตรเลีย ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ ขณะนี้ สำหรับจากการคาดการณ์ของไอดีซีตลาดรวมคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยปี 2552 จากที่คาดว่ามีการเติบโตไม่ถึง 10% นั้น เชื่อว่าปีนี้คงไม่มีการเติบโต แต่ตลาดไม่น่าจะหดตัว เพราะคอมพิวเตอร์เป็นสินค้าจำเป็นที่ทุกบ้านต้องใช้งาน อีกทั้งเริ่มมีสัญญาณที่ดีจากธุรกิจต่างๆ ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งด้าน นายขจรเกียรติ อร่ามรัศมีกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บ.เลอโนโวฯ กล่าวว่า หลังจากที่เลอโนโวได้เปิดตัวพีซีในตระกูลไอเดีย ที่เป็นพีซีสำหรับคอนซูเมอร์มาตั้งแต่ปี 2551 ที่ผ่านมา เลอโนโวได้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีของพีซี เดสก์ท็อปนั้นเป็นสิ่งที่สวยงาม และทรงพลัง ดังนั้นจึงได้มองหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ คือ ตลาดคอมพิวเตอร์ออลอินวัน (AIO) ที่ในปีนี้จะวางจำหน่ายใน 2 ตระกูล โดยตัวแรก คือ ไอเดียเซ็นเตอร์ (IdeaCentre) A6002 เพื่อสนองความต้องการกลุ่มลูกค้าที่ชอบทั้งความบันเทิง และเทคโนโลยีที่ทันสมัยผจก.ประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บ.เลอโนโว กล่าวต่อว่า ในปี 2552 เลอโนโววางแผนที่จะเน้นในเรื่องของการออกแบบ การสร้างความสมดุลระหว่างการออกแบบ และฟังก์ชั่นการทำงาน ที่ผู้ใช้งานจะสามารถสัมผัสได้จากโน้ตบุ๊ค หน้าจอกว้าง 16 นิ้ว รุ่นใหม่ล่าสุด จุดนี้เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับเลอโนโว กลายเป็นกลุ่มสินค้าพรีเมียม ไม่ใช่แบรนด์ขายของราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด รวมทั้งยังช่วยสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ จากการใช้งานคอมพิวเตอร์ เพื่อความบันเทิงให้กับผู้ใช้งานทั่วไปได้ด้วยเช่นกัน นายขจรเกียรติ กล่าวอีกว่า เลอโนโวจะใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดด้วยการ 1.เน้นชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ต้องสวยงาม ทันสมัย 2.การพัฒนาช่องทางจำหน่าย อาทิ พัฒนาศักยภาพของตัวแทยจำหน่าย เพิ่มส่วนแบ่งรายได้ ขายแล้วมีกำไรที่น่าพอใจ ส่วนต่างจังหวัดจะเน้น 1 ตัวแทน 1 จังหวัด 3.การมองหาตลาดใหม่ อาทิ ลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็ก โครงการจัดซื้อของภาครัฐ และสินค้าต่อพ่วงอื่นๆ อาทิ เมาส์ คีย์บอร์ด และสุดท้าย 4.จุดแสดงสินค้าภายในร้านตัวแทนจำหน่าย ศูนย์บริการหลังารขาย และคอลล์เซ็นเตอร์ อีกทั้งยังปรับสัดส่วนการทำตลาดโน้ตบุ๊คกับเน็ตบุ๊คจาก 60/40% มาเป็น 80/20% ตามลำดับ เชื่อว่าด้วย 4 กลยุทธ์นี้จะทำให้เลอโนโวสามารถเติบโต และขึ้นเป็น 1 ใน 5 ผู้นำตลาดคอมพิวเตอร์ประเทศไทยได้ส่วน นายศุภลักษณ์ สัปตตั้งตระกูล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาตลาด บริษัท อินเทลไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า คอมพิวเตอร์ตระกูลไอเดียรุ่นใหม่จากเลอโนโวที่เปิดตัวครั้งนี้ ทุกรุ่นใช้ซีพียู อินเทล คอร์ ทู ดูโอ โพรเซสเซอร์ ที่เป็นซีพียูระดับเมนสตรีมจากอินเทล ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทย เนื่องจากที่มีประสิทธิภาพสูง ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย รองรับแอพลิเคชันทั้งด้านการทำงาน และบันเทิงที่มีอยู่ในขณะนี้ และในอนาคตได้ดี และด้วยรูปลักษณ์การออกแบบที่ทันสมัย เน้นความบางเบาของคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ที่จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของคอมซูเมอร์ที่มองหาพีซีเครื่องใหม่ในครั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า โน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุดประกอบด้วย IdeaPad Y6501 ที่เป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊คหน้าจอ 16 นิ้ว ที่มีขนาดบางและเบามากที่สุด พร้อมด้วย IdeaPad Y550, IdeaPad Y450 โดยเป็นโน้ตบุ๊คที่ออกแบบมาคล้ายกันกับรุ่น IdeaPad Y650 และ IdeaCentre A6002 ที่เป็นหนึ่งใน All-in-One เดสก์ท็อปพีซีที่บางที่สุด นอกจากนั้นเลอโนโวยังได้พัฒนาเน็ตบุ๊ครุ่น IdeaPad S10 ให้ตอบรับกับความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันสแกนใบหน้า เพื่อเข้าสู่การใช้งาน และฟังก์ชันที่จะช่วยให้ผู้ใช้งาน เข้าสู่สังคมออนไลน์ (social networking) ได้ง่ายยิ่งขึ้น
โนเกียเจาะกลุ่มคนทำงาน เอาใจนักธุรกิจ-องค์กร
หลัง E series โกยยอดขายทั่วโลกกว่า 10 ล้านเครื่อง ขยายบริการตามความต้องการด้านการใช้ ปล่อย Nokia Messaging หวังครองใจลูกค้า มั่นใจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ชี้ยอดขายยังมีโอกาสเติบโต...ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (23 เม.ย.) บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ในตระกูล E series รุ่นล่าสุด "โนเกีย E75" ด้วยแป้นกดแบบ QWERTY พร้อมรูปแบบการใช้งานอีเมล์แบบใหม่ ด้วย Nokia Messaging เพื่อเพิ่มคุณภาพในการใช้งานด้านบริการข้อความ นอกจากนี้ ยังช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพให้การใช้งานอีเมล์ ทั้งอีเมล์ภายในองค์กรและทั่วไป โนเกีย E75 ถือเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดที่ออกมาต่อยอดความสำเร็จให้แก่ตระกูล Eseries ที่มียอดจัดจำหน่ายสูงถึง 10 ล้านเครื่อง ในปี 2551 ที่ผ่านมานายชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การควบคุมต้นทุนและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ถือเป็นปัจจัยที่บริษัทฯ ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ส่วนการขับเคลื่อนการทำงานด้วยอีเมล์นั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่ต่ำลง เนื่องจาก ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์กลางหรือเซิร์ฟเวอร์ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อีเมล์อีกต่อไป ด้วยรูปแบบการใช้งานบนโนเกีย E series ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับโฟลเดอร์ HTML และอีเมล์ ทำให้ผู้ใช้สามารถเรียงลำดับข้อมูล และใช้งานขั้นพื้นฐานได้สะดวกขึ้นผจก.ทั่วไป บ.โนเกียฯ กล่าวต่อว่า นอกจากฟีเจอร์ด้านข้อความ โนเกีย E75 ยังมีบริการแผนที่โนเกียเต็มรูปแบบ ระบบนำทางพร้อมลิขสิทธิ์ใช้งาน 3 เดือน และบริการ Ovi Files จากนโยบายควบคุมต้นทุนและสินทรัพย์ขององค์กรต่างๆ จำนวนรุ่นของอุปกรณ์สื่อสารเพื่อใช้งานด้านอีเมล์ของโนเกีย และการขายตรงให้แก่องค์กร รวมถึง กิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานอีเมล์บนโทรศัพท์มือถือและฟีเจอร์ต่างๆ บนโนเกีย E75 เชื่อว่า ในปีนี้โนเกียจะสามารถรักษายอดขายไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
นางสาวนันทวัน สินธวานนท์ หัวหน้าส่วนธุรกิจมัลติมีเดีย ฝ่ายบริหารลูกค้าและการตลาด บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ E75 คือ คนวัยทำงานอายุ 20-35 ปี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการใช้งานทางธุรกิจ ด้วยการออกแบบและประโยชน์ใช้สอยที่ครบครัน จากการสำรวจลูกกลุ่มเป้าหมาย พบว่า มีความสนใจและต้องการใช้งานบริการด้านอีเมล์ถึง 78% ขณะที่ ยอดผู้ใช้บริการดังกล่าวในปัจจุบันอยู่ที่ 5% โนเกีย E75 วางจำหน่ายในราคา 17,600 บาท คาดว่า ราคาเครื่องที่ต่ำลงในปัจจุบันและฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบครัน อาจเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญและส่งผลให้ลูกค้ามีพฤติชิมเนื้อสุกเกรียมประจำ เสี่ยงเป็นมะเร็งของตับอ่อนเกินกว่าครึ่งกรรมการซื้อมากขึ้น


นักวิจัยมหาวิทยาลัยมินเนโซตาบอกเตือนว่า การกินเนื้อที่ปรุงให้สุกด้วยความร้อนสูง จนถึงเกรียมหรือไหม้จนดำเป็นประจำ จะทำให้ล่อแหลมกับการเป็นมะเร็งของตับอ่อน ขึ้นถึงร้อยละ 60 รายงานผลการศึกษาเสนอในที่ประชุมสมาคมวิจัยโรคมะเร็งแห่งอเมริกากล่าวว่า ผลการค้นพบในการศึกษานี้ เป็นหลักฐานยืนยันเพิ่มขึ้นว่า การปรุงอาหารด้วยการย่าง ทอดและปิ้ง หรือปิ้งบาร์บีกิว ไม่ควรใช้ความร้อนมากเกินไป จนถึงกับเกรียมหรือไหม้ เพื่อจะได้ ไม่ต้องเสี่ยงกับการเป็นมะเร็งตับอ่อน เพราะการปรุงเนื้อสัตว์ให้สุกและสุกมาก โดยการปิ้งย่าง หรือทอด ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง ต่างกันกับเนื้อที่ปิ้งเคี่ยวหรือปรุงให้สุกด้วยความร้อนต่ำ จะไม่เกิดสารนั้นขึ้นคณะนักวิจัยได้ศึกษาด้วยการติดตามนิสัย การกินของผู้คนปกติจำนวน 62,581 คน ตลอดระยะเวลา 9 ปี ซึ่งระหว่างนี้ ในหมู่คนเหล่านั้นมีผู้ป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อนลง 208 ราย.
ไขปริศนาหลายสิบปีในโลกวิทยาศาสตร์ปลาก็ยังเมาคลื่นได้
นักวิจัยเมืองเบียร์เชื่อมั่นว่าสามารถขบปริศนา ที่โลกวิทยาศาสตร์งงงวยมาหลายสิบปี ออกแล้ว นั่นคือปลาเมาคลื่นหรือไม่ดร.ไรน์โอล์ด ไฮบิก นักสัตววิทยาเมืองสตุตการ์ต ประกาศว่า ปลาก็เมาคลื่นได้เขาได้ศึกษาผลของภาวะไร้น้ำหนักในน้ำเป็นส่วนของการวิจัยว่า อวกาศจะมีโทษกับมนุษย์อย่างไร เขาได้ ส่งปลา 49 ตัว ที่เลี้ยงไว้ในสวนสัตว์น้ำขนาดเล็กขึ้นเครื่องบิน ซึ่งบินให้เกิดสภาวะไร้น้ำหนัก อย่างที่มนุษย์ อวกาศจะต้องเผชิญในการเดินทางในอวกาศและได้พบว่ามีปลา 8 ตัว ว่ายหมุนไปหมุนมาเป็นวงกลม "มันไม่รู้ ว่าทรงตัวอย่างไร เหมือนกับคนเมาคลื่น"นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า "ปลาเหล่านั้นไม่รู้เหนือรู้ใต้ มันแทบไม่รู้ตัวเลยและทำอาการเหมือนกับจะอาเจียน ปลาที่เมาคลื่นในธรรมชาติจะตกเป็นเหยื่อของปลาตัวอื่น เพราะมันไม่อาจจะหนีให้พ้นอันตรายได้"
เขาได้เอาปลาเหล่านั้นมาผ่าหัวเพื่อดูว่ามันเมาคลื่น เพราะอะไร"มันดูเหมือนไม่อาจประสานสายตากับการเคลื่อนไหวของน้ำได้ถูกและความสั่นสะเทือนดูเหมือนเป็นสาเหตุใหญ่ของการที่มันจับต้นชนปลายไม่ถูก" เขาเปิดเผย.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น