วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552
แฉเด็กไทยซื้อขนมเกือบหมื่นต่อปี
อธิบดีกรมอนามัยแสดงความเป็นห่วงภาวะอ้วนในเด็กไทย ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เด็กส่วนใหญ่ยังนิยมบริโภคขนม ที่มีแป้งและน้ำตาล เป็นส่วนประกอบหลัก...เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวเปิดโครงการตรวจสัญลักษณ์รับรองอาหารลดน้ำตาล ไขมันและโซเดียม 25% ว่า สธ.ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันกับบริษัทผู้ผลิตขนมกรุบกรอบ 6 บริษัท เพื่อพัฒนาการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารลดน้ำตาล ไขมัน โซเดียม ร้อยละ 25 โดยได้มีการกำหนดตราสัญลักษณ์อาหารลดน้ำตาล ไขมัน โซเดียม 4 แบบ ตามชนิดของการลด คือ 1. อาหารลดน้ำตาล ไขมัน โซเดียม 2. อาหารลดน้ำตาล ไขมัน 3. อาหารลดน้ำตาล โซเดียม และ 4. อาหารลดไขมัน โซเดียม โดยมีข้อความ ?บริโภคแต่น้อยและออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ? ติดที่บรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้และมีทางเลือกในการซื้อขนมเพื่อสุขภาพ พร้อมกระตุ้นให้ผู้ผลิต ผลิตและจำหน่ายอาหารที่ดีต่อสุขภาพเพิ่มขึ้นนพ. ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีเด็กอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะพบเด็กอ้วน 1 ใน 4 คน ขณะที่ 30-80% เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังคงมีสภาวะอ้วน และป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง และจากการสำรวจการบริโภคขนมกรุบกรอบของเด็กและเยาวชนในปี 2549 พบเด็กไทยใช้เงินซื้อขนบกรุบกรอบเฉลี่ยวันละ 26 บาทต่อวัน หรือ 40% ของค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน และหากคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อปีพบมีการใช้เงินสูงถึง 9,800 บาท ขณะที่ขนมส่วนใหญ่ที่เด็กซื้อมาบริโภค 90% จะประกอบด้วยแป้ง น้ำตาล โซเดียม ทำให้เด็กได้รับแป้งและน้ำตาลจากขนมมากเกินไปดร.ชนินทร์ เจริญพงศ์ นักวิชาการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบพบว่า กลุ่มขนมที่มีปริมาณน้ำตาลสูงสุด ได้แก่ ขนมบิสกิตสอดไส้ในปริมาณ 30 กรัม ส่วนกลุ่มขนมที่มีไขมันสูงสุดได้แก่ ขนมมันฝรั่งทอดกรอบ ขนมที่มีโซเดียมสูงสุดได้แก่ ปลาเส้น.
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น