
เพียงพอ ปลอดภัย (HAS) ไม่เป็นแหล่งแพร่โรคติดต่อ เป็นที่พึงพอใจของคนไทย และนักท่องเที่ยว เผยส้วมในศาสนสถานมาตรฐานต่ำสุด ขณะที่ในห้างมาตราฐานสูงสุด ..วันนี้ (30 เม.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลัง เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "ส้วมไทย...หัวใจธรรมชาติ เพื่อลดภาวะโลกร้อน" ว่า จากการที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการพัฒนาส้วมสาธารณะไทยให้ได้มาตรฐานสะอาด เพียงพอ ปลอดภัย (HAS) ไม่เป็นแหล่งแพร่โรคติดต่อ และเป็นที่พึงพอใจของคนไทยและนักท่องเที่ยว ผลการดำเนินการตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน มีส้วมสาธารณะผ่านเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 31 ส้วมที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมากที่สุด ได้แก่ ส้วมในห้างสรรพสินค้าร้อยละ 79 รองลงมาคือ ส้วมโรงพยาบาลร้อยละ 66 ส้วมแหล่งท่องเที่ยวร้อยละ 51 สถานีขนส่งร้อยละ 44 สวนสาธารณะและตลาดสดร้อยละ 40 สถานที่ราชการร้อยละ 39 ปั๊มน้ำมันร้อยละ 32 ส่วนร้านอาหารผ่านเกณฑ์ร้อยละ 26 โดยส้วมที่ผ่านเกณฑ์น้อยมากคือ ส้วมในศาสนสถาน มีเพียงร้อยละ 7 เท่านั้นนายวิทยา กล่าวต่อว่า ในปีนี้ได้มอบนโยบายให้ปรับปรุงส้วมโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด ให้ได้มาตรฐานสะอาด เพียงพอ ปลอดภัย ส่วนในปี 2553 ให้ทุกสถานีอนามัยเร่งพัฒนาส้วมให้สะอาด ได้มาตรฐาน ภายใต้โครงการ "ส้วมดีทุกสถานีอนามัย" เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ นำกลับไปปรับปรุงส้วมที่บ้านของตนเอง โดยการพัฒนาจะเน้นหนัก 2 เรื่อง คือการสร้างพฤติกรรมคนไทยให้ใช้ส้วมที่ถูกวิธีคือ นั่งบนโถส้วม ไม่ทิ้งวัสดุอื่นนอกจากกระดาษชำระลงในโถส้วม ราดน้ำหรือกดชักโครกทุกครั้งหลังการใช้ส้วม และล้างมือทุกครั้งหลังการใช้ส้วม รมว.สธ. กล่าวด้วยว่า จากการประเมินผลที่ผ่านมา พบคนไทยใช้ถูกต้องเพียงร้อยละ 47 ในปี 2552 นี้จะรณรงค์ให้ได้ร้อยละ 90 เรื่องที่ 2 คือการพัฒนาส้วมสาธารณะให้ได้ตามมาตรฐานให้ได้ร้อยละ 60 เพื่อให้คนใช้ถูกใจยิ่งขึ้น โดยมอบให้กรมอนามัยประสานสถานที่ต่างๆ สร้างส้วมสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุให้เพียงพอ ซึ่งขณะนี้มีเพียงร้อยละ 10

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น