
"ถาวร" ค้านแก้ รธน.ตัดโทษยุบพรรค ยันพรรคการเมืองถูกยุบได้ ชี้การซื้อเสียงขายสิทธิเป็นปัญหาใหญ่ วงจรอุบาทว์จะไม่จบสิ้น ด้าน นักวิชาการแนะหามาตรการใหม่แทน ม.237 เพราะเป็นยาแรงเกินไป ...วันนี้ (22 เม.ย.) ที่สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ถ.รัชดาภิเษก มีการสัมมนาเรื่องมาตรการยุบพรรคในรัฐธรรมนูญ มีผลต่อการพัฒนาทางการเมืองอย่างไร โดยนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวยืนยันว่า พรรคการเมืองต้องถูกยุบได้ แต่มีความกังวลจากหลายฝ่ายว่า จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการเมืองไทย แต่ตนเห็นว่า สิ่งที่เป็นปัญหามากกว่าคือ การซื้อสิทธิขายเสียง หากไม่กล้าตัดบางส่วนออกจากการเมืองบ้าง จะเกิดวงจรอุบาทว์ไม่จบสิ้น เพราะฉะนั้นนักการเมืองที่เข้ามาเสวยอำนาจโดยทุจริต พรรคการเมืองนั้นต้องถูกยุบ แต่ในส่วนการตัดสิทธิทางการเมืองนั้น ต้องมีการพิสูจน์ให้ได้ว่า กรรมการบริหารพรรครู้เห็นเป็นใจจริงๆ โดยเข้าสู่กระบวนการไต่สวนเฉพาะเรื่อง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 237 วรรค 2 บัญญัติเรื่องการยุบพรรค และตัดสิทธิ แต่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการซื้อเสียงอย่างเดียว ทำให้ทุกพรรคมีโอกาสถูกยุบได้ มีผลให้การเมืองเจริญลง พรรคการเมืองอายุสั้น มีแต่ตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญเหมือนถือปืนจี้รัฐบาล และรัฐสภาโดยตลอด เพราะว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ หากมีคดีอยู่ใน กกต. จะมีใครมั่นใจหรือไม่ว่า พรรคจะรอดจากการถูกยุบได้ หากจะแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องการยุบพรรคไม่ใช่เรื่องหลัก แต่จะแก้อย่างไร ให้อำนาอธิปไตยเป็นของประชาชน ให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียงจริงๆ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ทุกคนพุ่งเป้าไปที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 เลวร้าย แต่ความจริงเรื่องการยุบพรรคมีการกำหนดอยู่รัฐธรรมนูญถึง 6 ฉบับที่ผ่านมา ตนในฐานะผู้ร่างรัฐธรมนูญปี 2550 เห็นว่า การดำเนินการให้พรรคการเมืองอยู่กับร่องกับรอยเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหัวหน้าพรรคหรือกรรมกาบริหารพรรค รวมหัวกันทุจริตเลือกตั้ง ก็สมควรถูกยุบ หากคิดว่ามาตรา 237 แรงเกินไปก็ต้องหามาตรการใหม่ บทบัญญัติเรื่องยุบพรรคทำให้พรรคการเมืองได้บทเรียนพอสมควร แต่ตนรับได้หากจะแก้ไขให้เหมาะสม แต่ต้องอยู่บนหลักการว่าต้องมีมาตรการที่ทำให้พรรคการเมืองอยู่กับร่องกับรอย หรือทำให้การยุบพรรคเหมาะสม ไม่ใช่ปล่อยให้ทำอะไรก็ได้ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหามาตรา 237 ไม่ใช่แค่เรื่องการยุบพรรค แต่มีเรื่องการเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี ปกติการยุบพรรคต้องมีสาเหตุจากมีการทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย แต่พรรคการเมืองไทยถูกยุบด้วยข้อหาทางเทคนิค และมีการตัดสิทธิคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนไม่เห็นด้วย เป็นการยุบที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ สูญเปล่า ไม่ชอบด้วยนิติรัฐ ไม่เป็นธรรม ทำให้การเมืองอ่อนแอ ซึ่งเห็นด้วยกับการจัดการนักการเมืองที่ทุจริต แต่ต้องสมควรแก่เหตุ ถ้ามีการกระบวนที่อำนาจอยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญที่สามารถจัดการกับรัฐบาลได้ จะทำให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงของรัฐบาลกระทบไปทั้งระบบ รวมถึงการลงทุนในประเทศด้วย
?
?

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น