หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการกว่า 300 แห่ง เทงบ 5 ล้านบาทให้เทคเทครับผิดชอบช่วยเหลือในการอบรมให้ทำเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพื่อให้นักท่องเที่ยวดู เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เลยทำให้ไม่เป็นที่รู้จัก... คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าววันนี้ (27 เม.ย.) ว่า ขณะนี้ ได้รับการร้องเรียนและร้องขอจากผู้ประกอบการโรงแรม ขนาดกลางและเล็ก ประมาณกว่า 300 แห่งประเทศว่า กำลังประสบภาวะวิกฤตเนื่องจากจำนวนผู้เข้าพักลดลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ต้นปี สาเหตุจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองและเศรษฐกิจที่มีปัญหา ประกอบกับโรงแรมขนาดใหญ่ 4 - 5 ดาว ที่ประสบปัญหาไม่ต่างกัน ก็ใช้นโยบายลดราคาห้องพักเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยว ทำให้โรงแรมขนาดกลางและเล็กเดือดร้อน รมว.กระทรวงวิทย์ฯ กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการต้องการให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ช่วยเหลือในเรื่องการออกแบบเว็บไซต์ให้กับโรงแรมต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม เพราะส่วนใหญ่โรงแรมขนาดกลางและเล็ก ไม่มีเว็บไซต์ เป็นของตนเอง ทำให้นักท่องเที่ยวไม่รู้จัก ดังนั้น ตนจึงได้มอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) รับผิดชอบพร้อมกับมอบงบประมาณ จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อจัดอบรมผู้ประกอบการโรงแรมกว่า 300 แห่งถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ ในการพัฒนาเว็บไซด์ของตัวเองได้ เพื่อให้สืบค้นโรงแรมได้ง่ายผ่านทางเว็บไซด์ คุณหญิงกัลยา กล่าวด้วยว่า ส่วนผู้ประกอบการที่ยังไม่มีเว็บไซด์ของตัวเอง จะมีการฝึกอบรมให้สามารถสร้าง เว็บไซด์ได้ด้วยตัวเอง โดยขณะนี้กำลังดำเนินการ คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณปลายเดือน เม.ย.2552นี้ ทั้งนี้ มั่นใจว่าการฝึกอบรมจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ให้กับผู้ประกอบการได้เป็น อย่างดีและการดำเนินการดังกล่าวยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ที่กำหนด ให้การท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติด้วยสร้างจุดต่างนักนิเทศฯป้อนตลาดยุคดิจิตอล
ม.ศรีปทุม ประเดิมปั้นนักศึกษาสู่นักข่าวมืออาชีพ รุกกระแสดิจิตอล หวังใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารใหม่อย่างครบวงจร ย้ำโลกดิจิตอล นักข่าวต้องพัฒนาคความสามารถด้านเทคโนโลยีควบกับรู้เท่าทันสถานการณ์ และเลือกใช้เครื่องมือทันสมัย...จากการเล็งเห็นความสำคัญของวิวัฒนาการด้านคอมพิวเตอร์ ทำให้วันนี้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหลายแห่ง หันมาสนใจเทคโนโลยีมากขึ้น โดยมีจุดประสง
ค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ นิสิต นักศึกษา ให้มีความรู้คู่กับโลกดิจิตอล และล่าสุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม ก็ประเดิมขึ้นเป็นแห่งแรกผศ.ดร.กาญจนา มีศิลปวิกกัย คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม กล่าวถึงแนวคิดในการสร้างนักนิเทศศาสตร์รุ่นใหม่ว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุม เล็งเห็นว่าในปัจจุบัน ตลาดสาขาวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน? มีความต้องการบุคลากรที่มีคุณสมบัติเพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากความเป็นมืออาชีพที่มีความครบถ้วนทั้งด้านความรู้ในฐานะสื่อมวลชนคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม ระบุต่อว่า นอกจากความรู้ ความเข้าใจ และมีภูมิคุ้มกันทางด้านสังคมเศรษฐกิจ การเมือง สังคมในโลกอินเทอร์เน็ต แล้วยังต้องรู้จักเครื่องมือการสื่อสารใหม่ๆ ทันสมัย เพื่อจะได้เลือกใช้เครื่องมือให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ให้กับผู้รับสาร ด้วยเครื่องมือ และเทคนิคใหม่ๆ ที่มีมาให้เรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา นับเป็นการสร้างบุคคลากรในแนวที่เรียกว่า อินเทอร์แอคทีฟ โดยจะสื่อสารกันด้วยภาษาที่ทันสมัย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ด้วยเทคนิคและวิธีการแบบใหม่ๆ จากการสื่อสารในยุคดิจิตอลผศ. ดร.กาญจนา ชี้แจงอีกว่า จากสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้ความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่สื่อมวลชนเป็นผู้เสาะแสวงหาข้อมูล และนำมาเรียบเรียงเพื่อป้อนให้กับผู้รับสารหรือประชาชนทั่วไป ต่อไปจะต้องรู้จักเทคนิคการจัดวางรูปเล่ม การออกแบบบนสื่อออนไลน์ เพื่อให้การนำเสนอเนื้อหามีการพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลาย แต่ยังคงไว้ซึ่งความถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ ด้วยเหตุนี้ จึงพัฒนาหลักสูตรวารสารสนเทศขึ้นมา โดยเชิญสื่อมวลชนอาวุโสหลายคน มาร่วมกับคณาจารย์จากม.ศรีปทุม แลกเปลี่ยน มุมมอง พร้อมให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำหลักสูตร อันจะเป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริงด้าน อาจารย์จันทิกา สุภาพงษ์ หัวหน้าสาขาวิชาวารสารสนเทศ ม.ศรีปทุม กล่าวถึงรายละเอียดของความเหมือนและความต่างของหลักสูตร ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบุคลากร รองรับธุรกิจสื่อสารในยุคดิจิตอลว่า หลักสูตรวารสารสนเทศ สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของสังคมข่าวสารยุคใหม่ และจัดการเนื้อหาข่าวได้อย่างครบวงจรหน.สาขาวารสารสนเทศ ม.ศรีปทุม ระบุปัจจัยหลักที่ส่งผลให้นักข่าวต้องการความเปลี่ยนแปลงว่า ปัจจุบันผู้บริโภคหรือผู้อ่านข่าว มีสื่อหลากหลายด้านให้เลือกรับ ทั้งนี้ ผู้รับสารไม่หยุดเพียงสื่อเดียวหรือแนวความคิดเดียว และไม่เป็นเพียงผู้รับสารอีกต่อไป ผู้รับสารยังพร้อมที่จะค้นคว้าหาความจริงด้วยตนเองโดยเฉพาะ ขณะนื้ เทคโนโลยีของโลกเปลี่ยนแปลงไป อินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารมากขึ้นอาจารย์จันทิกา อธิบายจุดเด่นหลักสูตร ด้วยว่า แตกต่างจากหลักสูตรนิเทศศาสตร์ หรือดิจิตอลมีเดียทั่วไป คือ รวมเอาศาสตร์ทั้งสองอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ในส่วนผสมที่พอเหมาะสำหรับนักนิเทศศาสตร์ โดยเน้นความเข้มข้นในด้านของการศึกษาการเขียน การหาข่าว การรวบรวมข้อมูล เพื่อให้นักศึกษามีพื้นฐานที่ดีของการเป็นนักข่าว ขณะเดียวกันก็เสริมความสามารถทางด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัยเข้าไป อาทิ การใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดหน้า การสร้างและดูแลเว็บไซต์ การทำกราฟฟิกที่เหมาะสมกับงานเขียน ทำให้นักศึกษาที่จบไปมีความพร้อมที่จะเข้าทำงานได้ทันทีส่วนนายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารบนสื่อออนไลน์ มองว่า บุคลากรด้านสื่อสารมวลชน ต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ อย่างสื่อดิจิตอลที่มีอิทธิพลต่อผู้รับข่าวสาร และการนำเสนอข่าวสารยังต้องสร้างความแตกต่างทางด้านคอนเทนต์ ทั้งนี้ ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ เครื่องมือดิจิตอลใหม่ๆ เป็นช่องทางการสื่อสาร และความแตกต่างทางด้านคอนเทนต์จะเป็นสิ่งที่ทำให้นักสื่อสารมวลชนก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่ง"ต้องเข้าใจก่อนว่า ยุคนี้เป็นยุคของโลกออนไลน์ ทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตและเข้าถึงสื่อดิจิตอล ผู้รับสารเองพยายามเปรียบเทียบการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็น Read Only Internet และเว็บบล็อก ทำให้นักสื่อสารยุคใหม่ต้องมองให้กว้างขึ้น เข้าใจผู้รับสารยุคนี้ ไม่ได้อ่านอย่างเดียว หรือเสพข้อมูลที่ส่งมาให้เท่านั้น แต่สามารถเขียนโต้ตอบกลับมาได้ โดยผ่านเครื่องมือดิจิตอลที่เรียกว่า เว็บบล็อก"ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารบนสื่อออนไลน์ กล่าวนายอาทิตย์ แสดงทัศนะอีกว่า จุดเปลี่ยนของนักสื่อสารเดิมกับนักสื่อสารที่เรียกว่าพันธุ์ใหม่แตกต่างในเรื่องของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร การรู้เท่าทันเทคโนโลยีและสื่อใหม่จะทำให้ผู้ใช้ก้าวอีกขั้น การที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมเปิดหลักสูตรใหม่เพื่อสร้างนักนิเทศศาสตร์แนวใหม่ เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนให้กับวิชาชีพให้กับวงการ ให้เกิดมูลค่าเชิงลึก และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันจะเป็นโอกาสที่ดีของบัณฑิตจบใหม่ในสายงานวิชาชีพสื่อสารมวลชนนายปรเมศร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด เจ้าของเว็บไซต์กระปุกดอทคอม ชี้แจงว่า นักสื่อสารมวลชนที่เรียกว่าพันธุ์ใหม่มีความแตกต่างจากนักสื่อสารมวลชนแบบเดิม คือ คอนเทนต์และช่องทางในการส่งสารไปยังผู้รับสาร โดยเครื่องมือการสื่อสารใหม่ๆ ที่ใช้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ดาวเทียม ระบบ 3 จี รวมถึงสื่อดิจิตอลต่าง ๆ จะถูกนำมาผสมผสานการใช้มีเดียทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่ให้เกิดบูรณาการสูงสุดกก.ผจก. บ.บัณฑิต เซ็นเตอร์ ชี้แจงต่อว่า คอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญ จะเกิดขึ้นได้มาจากผู้บริโภค และจากแหล่งข่าวที่เกื้อหนุนกัน บูรณาการให้ตอบโจทย์ผู้รับสารได้สูงสุด ทั้งนี้ สิ่งที่นักนิเทศพันธุ์ใหม่ต้องจับตา คือพฤติกรรมของผู้เสพสื่อ เครื่องมือการสื่อสารแบบใด ประเภทใดที่เหมาะสมหรือสามารถเข้าถึงใจของผู้เสพข่าวสารได้ลึกซึ้งและดีที่สุด เพราะผู้บริโภคมีหลากหลาย และมีความเป็นเฉพาะตัวมากขึ้น นอกจากนี้ นักสื่อสารต้องมีการพิจารณา และวิเคราะห์ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดหากจะกล่าวว่า ไอที กับการศึกษาเป็นสิ่งที่ต้องอยู่ควบคู่กัน คงไม่ผิดนัก เพราะ เทคโนโลยี เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการศึกษายังคงดำเนินอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ต่อให้ศึกษาจนจบหลักสูตรแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าเทคโนโลยีจะจะหยุดอยู่ที่เดิมดังนั้น การที่นักศึกษาจะเข้ามาเรียนรู้เพื่อต่อยอดพัฒนาความรู้ จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จากนี้ไป คงได้เห็นนักสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งจริยธรรมวิชาชีพ และความสามารถด้านเทคโนโลยีในวงการสื่อสารมวลชนต่อไป...
ค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ นิสิต นักศึกษา ให้มีความรู้คู่กับโลกดิจิตอล และล่าสุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม ก็ประเดิมขึ้นเป็นแห่งแรกผศ.ดร.กาญจนา มีศิลปวิกกัย คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม กล่าวถึงแนวคิดในการสร้างนักนิเทศศาสตร์รุ่นใหม่ว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุม เล็งเห็นว่าในปัจจุบัน ตลาดสาขาวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน? มีความต้องการบุคลากรที่มีคุณสมบัติเพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากความเป็นมืออาชีพที่มีความครบถ้วนทั้งด้านความรู้ในฐานะสื่อมวลชนคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม ระบุต่อว่า นอกจากความรู้ ความเข้าใจ และมีภูมิคุ้มกันทางด้านสังคมเศรษฐกิจ การเมือง สังคมในโลกอินเทอร์เน็ต แล้วยังต้องรู้จักเครื่องมือการสื่อสารใหม่ๆ ทันสมัย เพื่อจะได้เลือกใช้เครื่องมือให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ให้กับผู้รับสาร ด้วยเครื่องมือ และเทคนิคใหม่ๆ ที่มีมาให้เรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา นับเป็นการสร้างบุคคลากรในแนวที่เรียกว่า อินเทอร์แอคทีฟ โดยจะสื่อสารกันด้วยภาษาที่ทันสมัย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ด้วยเทคนิคและวิธีการแบบใหม่ๆ จากการสื่อสารในยุคดิจิตอลผศ. ดร.กาญจนา ชี้แจงอีกว่า จากสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้ความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่สื่อมวลชนเป็นผู้เสาะแสวงหาข้อมูล และนำมาเรียบเรียงเพื่อป้อนให้กับผู้รับสารหรือประชาชนทั่วไป ต่อไปจะต้องรู้จักเทคนิคการจัดวางรูปเล่ม การออกแบบบนสื่อออนไลน์ เพื่อให้การนำเสนอเนื้อหามีการพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลาย แต่ยังคงไว้ซึ่งความถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ ด้วยเหตุนี้ จึงพัฒนาหลักสูตรวารสารสนเทศขึ้นมา โดยเชิญสื่อมวลชนอาวุโสหลายคน มาร่วมกับคณาจารย์จากม.ศรีปทุม แลกเปลี่ยน มุมมอง พร้อมให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำหลักสูตร อันจะเป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริงด้าน อาจารย์จันทิกา สุภาพงษ์ หัวหน้าสาขาวิชาวารสารสนเทศ ม.ศรีปทุม กล่าวถึงรายละเอียดของความเหมือนและความต่างของหลักสูตร ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบุคลากร รองรับธุรกิจสื่อสารในยุคดิจิตอลว่า หลักสูตรวารสารสนเทศ สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของสังคมข่าวสารยุคใหม่ และจัดการเนื้อหาข่าวได้อย่างครบวงจรหน.สาขาวารสารสนเทศ ม.ศรีปทุม ระบุปัจจัยหลักที่ส่งผลให้นักข่าวต้องการความเปลี่ยนแปลงว่า ปัจจุบันผู้บริโภคหรือผู้อ่านข่าว มีสื่อหลากหลายด้านให้เลือกรับ ทั้งนี้ ผู้รับสารไม่หยุดเพียงสื่อเดียวหรือแนวความคิดเดียว และไม่เป็นเพียงผู้รับสารอีกต่อไป ผู้รับสารยังพร้อมที่จะค้นคว้าหาความจริงด้วยตนเองโดยเฉพาะ ขณะนื้ เทคโนโลยีของโลกเปลี่ยนแปลงไป อินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารมากขึ้นอาจารย์จันทิกา อธิบายจุดเด่นหลักสูตร ด้วยว่า แตกต่างจากหลักสูตรนิเทศศาสตร์ หรือดิจิตอลมีเดียทั่วไป คือ รวมเอาศาสตร์ทั้งสองอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ในส่วนผสมที่พอเหมาะสำหรับนักนิเทศศาสตร์ โดยเน้นความเข้มข้นในด้านของการศึกษาการเขียน การหาข่าว การรวบรวมข้อมูล เพื่อให้นักศึกษามีพื้นฐานที่ดีของการเป็นนักข่าว ขณะเดียวกันก็เสริมความสามารถทางด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัยเข้าไป อาทิ การใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดหน้า การสร้างและดูแลเว็บไซต์ การทำกราฟฟิกที่เหมาะสมกับงานเขียน ทำให้นักศึกษาที่จบไปมีความพร้อมที่จะเข้าทำงานได้ทันทีส่วนนายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารบนสื่อออนไลน์ มองว่า บุคลากรด้านสื่อสารมวลชน ต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ อย่างสื่อดิจิตอลที่มีอิทธิพลต่อผู้รับข่าวสาร และการนำเสนอข่าวสารยังต้องสร้างความแตกต่างทางด้านคอนเทนต์ ทั้งนี้ ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ เครื่องมือดิจิตอลใหม่ๆ เป็นช่องทางการสื่อสาร และความแตกต่างทางด้านคอนเทนต์จะเป็นสิ่งที่ทำให้นักสื่อสารมวลชนก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่ง"ต้องเข้าใจก่อนว่า ยุคนี้เป็นยุคของโลกออนไลน์ ทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตและเข้าถึงสื่อดิจิตอล ผู้รับสารเองพยายามเปรียบเทียบการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็น Read Only Internet และเว็บบล็อก ทำให้นักสื่อสารยุคใหม่ต้องมองให้กว้างขึ้น เข้าใจผู้รับสารยุคนี้ ไม่ได้อ่านอย่างเดียว หรือเสพข้อมูลที่ส่งมาให้เท่านั้น แต่สามารถเขียนโต้ตอบกลับมาได้ โดยผ่านเครื่องมือดิจิตอลที่เรียกว่า เว็บบล็อก"ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารบนสื่อออนไลน์ กล่าวนายอาทิตย์ แสดงทัศนะอีกว่า จุดเปลี่ยนของนักสื่อสารเดิมกับนักสื่อสารที่เรียกว่าพันธุ์ใหม่แตกต่างในเรื่องของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร การรู้เท่าทันเทคโนโลยีและสื่อใหม่จะทำให้ผู้ใช้ก้าวอีกขั้น การที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมเปิดหลักสูตรใหม่เพื่อสร้างนักนิเทศศาสตร์แนวใหม่ เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนให้กับวิชาชีพให้กับวงการ ให้เกิดมูลค่าเชิงลึก และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันจะเป็นโอกาสที่ดีของบัณฑิตจบใหม่ในสายงานวิชาชีพสื่อสารมวลชนนายปรเมศร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด เจ้าของเว็บไซต์กระปุกดอทคอม ชี้แจงว่า นักสื่อสารมวลชนที่เรียกว่าพันธุ์ใหม่มีความแตกต่างจากนักสื่อสารมวลชนแบบเดิม คือ คอนเทนต์และช่องทางในการส่งสารไปยังผู้รับสาร โดยเครื่องมือการสื่อสารใหม่ๆ ที่ใช้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ดาวเทียม ระบบ 3 จี รวมถึงสื่อดิจิตอลต่าง ๆ จะถูกนำมาผสมผสานการใช้มีเดียทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่ให้เกิดบูรณาการสูงสุดกก.ผจก. บ.บัณฑิต เซ็นเตอร์ ชี้แจงต่อว่า คอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญ จะเกิดขึ้นได้มาจากผู้บริโภค และจากแหล่งข่าวที่เกื้อหนุนกัน บูรณาการให้ตอบโจทย์ผู้รับสารได้สูงสุด ทั้งนี้ สิ่งที่นักนิเทศพันธุ์ใหม่ต้องจับตา คือพฤติกรรมของผู้เสพสื่อ เครื่องมือการสื่อสารแบบใด ประเภทใดที่เหมาะสมหรือสามารถเข้าถึงใจของผู้เสพข่าวสารได้ลึกซึ้งและดีที่สุด เพราะผู้บริโภคมีหลากหลาย และมีความเป็นเฉพาะตัวมากขึ้น นอกจากนี้ นักสื่อสารต้องมีการพิจารณา และวิเคราะห์ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดหากจะกล่าวว่า ไอที กับการศึกษาเป็นสิ่งที่ต้องอยู่ควบคู่กัน คงไม่ผิดนัก เพราะ เทคโนโลยี เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการศึกษายังคงดำเนินอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ต่อให้ศึกษาจนจบหลักสูตรแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าเทคโนโลยีจะจะหยุดอยู่ที่เดิมดังนั้น การที่นักศึกษาจะเข้ามาเรียนรู้เพื่อต่อยอดพัฒนาความรู้ จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จากนี้ไป คงได้เห็นนักสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งจริยธรรมวิชาชีพ และความสามารถด้านเทคโนโลยีในวงการสื่อสารมวลชนต่อไป...บลูโค้ทลุยตลาดแอพลิเคชันองค์กรลดต้นทุน
ชูนโยบายเชิงลึก กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาโซลูชัน ด้วยการยกระดับและผสมผสานเทคโนโลยี เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย เน้นการมองเห็น-ความเร็ว-ความปลอดภัยเป็นหลัก เชื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจตรงใจ...นายวิลเลี่ยม ตัน ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเวียดนาม บริษัท บลูโค้ท ซิสเต็มส์ อิงค์ กล่าวว่า ความเร็วของการเชื่อมต่อข้อมูลถือเป็นพื้นฐานความสำเร็จขององค์กรธุรกิจ ขณะที่ ปัญหาการนำส่งแอพพลิเคชันไปยังผู้ใช้ที่กระจายอยู่บนเครือข่าย ก็ยังกลายเป็นปัญหาที่องค์กรต่างๆ ต้องเผชิญ บริษัทฯ จึงนำเสนอแอพลิเคชันทางธุรกิจบนเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีความสามารถในการมองเห็น เร่งความเร็ว และรักษาความปลอดภัย ด้วยประสิทธิภาพเชิงธุรกิจและเครือข่าย ช่วยให้หน่วยงานต่างๆ สามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ยกระดับผลิตภัณฑ์ และตอบสนองการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็วผจก.ประจำประเทศไทยและเวียดนาม บ.บลูโค้ท ซิสเต็มส์ อิงค์ กล่าวต่อว่า บริษัทฯ มีกลยุทธ์เชิงรุกและแผนการพัฒนาโซลูชัน เพื่อยกระดับและผสานเทคโนโลยี ด้านความสามารถในการมองเห็น การเร่งความเร็ว และการรักษาความปลอดภัย จากศูนย์กลางการนำเสนอแอพลิเคชันบนเครือข่าย นอกจากนี้ ยังมีโครงการบลูโค้ท บลูทัช ให้คำปรึกษาและการสนับสนุนแบบร่วมกัน (on-the-ground) แก่องค์กรที่ต้องการการออกแบบ การใช้งาน และการจัดการ ด้วยการนำเสนอแอพพลิเคชันบนเครือข่าย ให้สอดคล้องกับความต้องการทา
งธุรกิจด้วยโครงสร้างแบบ Follow-The-Sun ที่นำเสนอผ่านศูนย์บริการ 6 แห่งทั่วโลกผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนำเสนอแอพลิเคชันบนเคือข่ายของบลูโค้ท เป็นการผสานเครือข่ายในรูปแบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานด้วยแอพลิเคชันเชิงลึก ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน สามารถจัดการกับความท้าทายด้านความปลอดภัย ของแอพลิเคชันที่เป็นการส่งผ่านทั่วระบบ ด้วยการติดตามการใช้แอพลิเคชัน WAN Optimization และเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยบนเว็บเกตเวย์ ผู้จัดการเครือข่ายจึงสามารถบริหารการใช้งานเครือข่าย ให้ตรงกับความต้องการของเป้าหมายทางธุรกิจ และสามารถจำแนกแอพลิเคชันได้ถึง 600 ประเภทผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า อุปกรณ์แพ็คเก็ต เชปเปอร์ ของบลูโค้ท สามารถจัดสรรการใช้งานย่านความถี่และควบคุมคุณภาพบริการด้านไอที ขณะที่ พร็อกซี่เอสจี สามารถจำแนกผู้ใช้งาน กำหนดค่า และจำแนกเนื้อหาของเว็บ รวมถึง ความสามารถในการมองเห็นเนื้อหาบนเว็บ และการเร่งความเร็วแอพลิเคชันจากศูนย์กลาง ช่วยลดการใช้งานย่านความถี่บนเครือข่ายย่านความถี่ไกลได้อย่างต่อเนื่อง หรือผ่านเกตเวย์อินเทอร์เน็ตขององค์กร นอกจากการสร้างความมั่นใจต่อการป้องกันเชิงรุก การลดการบุกรุกของมัลแวร์ ผลิตภัณฑ์ของบลูโค้ทยังสามารถแสดงถึงต้นทุนในการดำเนินงานที่ลดลง
งธุรกิจด้วยโครงสร้างแบบ Follow-The-Sun ที่นำเสนอผ่านศูนย์บริการ 6 แห่งทั่วโลกผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนำเสนอแอพลิเคชันบนเคือข่ายของบลูโค้ท เป็นการผสานเครือข่ายในรูปแบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานด้วยแอพลิเคชันเชิงลึก ทำให้การดำเนินธุรกิจมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน สามารถจัดการกับความท้าทายด้านความปลอดภัย ของแอพลิเคชันที่เป็นการส่งผ่านทั่วระบบ ด้วยการติดตามการใช้แอพลิเคชัน WAN Optimization และเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยบนเว็บเกตเวย์ ผู้จัดการเครือข่ายจึงสามารถบริหารการใช้งานเครือข่าย ให้ตรงกับความต้องการของเป้าหมายทางธุรกิจ และสามารถจำแนกแอพลิเคชันได้ถึง 600 ประเภทผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า อุปกรณ์แพ็คเก็ต เชปเปอร์ ของบลูโค้ท สามารถจัดสรรการใช้งานย่านความถี่และควบคุมคุณภาพบริการด้านไอที ขณะที่ พร็อกซี่เอสจี สามารถจำแนกผู้ใช้งาน กำหนดค่า และจำแนกเนื้อหาของเว็บ รวมถึง ความสามารถในการมองเห็นเนื้อหาบนเว็บ และการเร่งความเร็วแอพลิเคชันจากศูนย์กลาง ช่วยลดการใช้งานย่านความถี่บนเครือข่ายย่านความถี่ไกลได้อย่างต่อเนื่อง หรือผ่านเกตเวย์อินเทอร์เน็ตขององค์กร นอกจากการสร้างความมั่นใจต่อการป้องกันเชิงรุก การลดการบุกรุกของมัลแวร์ ผลิตภัณฑ์ของบลูโค้ทยังสามารถแสดงถึงต้นทุนในการดำเนินงานที่ลดลงAIS เกาะเป้าหลัก 5 ล.ราย ชูพร้อมรองรับ 3จี
ย้ำเป้าหมายหลักยังไม่ลด หวังครองตลาดรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคม มุ่งกลุ่มลูกค้าที่มีช่องเติบโตและเป็นตลาดใหญ่ เน้นจ.ที่ขาดการบริการด้านการสื่อสาร ชูความพร้อมด้านฟังก์ชั่นรองรับการใช้งานระบบ 3 จี...นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า ปี 2552 เอไอเอสมีเป้าหมายหลักคงเดิม ขณะเดียวกัน ยังตั้งเป้าลูกค้าเลขหมายใหม่ 5 ล้านรายในตลาดรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอยู่ ที่มีอยู่ประมาณ 50% ของตลาดรวม ทั้งนี้ จะเน้นการวางกลยุทธ์เชิงลึก เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้ต่างจังหวัดที่หลายๆ ค่าย มองว่าเป็นกลุ่มลูกค้าที่ยังมีการเติบโตอยู่และเป็นตลาดที่ใหญ่ โดยเน้นจังหวัดที่ยังขาดการบริการด้านการสื่อสารที่ดี อาทิ จังหวัดมหาสารคามรองกก.ผอ.สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวต่อว่า กลยุทธ์หลักของเอไอเอส คือ การครองใ
จผู้ใช้ในการสื่อสาร เข้าถึงบริการทุกที่ โดยแบรนด์ของเอไอเอสจะแบ่งส่วนการรองรับตลาด เช่น แบรนด์สวัสดี จะเจาะเข้ากลุ่มผู้ที่ไม่ต้องการเสียค่าบริการมือถือราคาแพง แต่ต้องการรับสายได้ทุกที่ ขณะที่มีค่าบริการรายเดือนเฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมาย (ARPU) อยู่ที่ประมาณ 50 บาท เป็นต้น ส่วนแบรนด์เอไอเอสวัน-ทู-คอล เน้นเจาะกลุ่มต่างจังหวัดที่อยู่ตามหัวเมืองหลัก เช่น จ.เชียงใหม่ ที่มีผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก ก็จะเน้นบริการโทรที่คุ้มค่า ควบคู่กับศูนย์บริการที่ครอบคลุมผู้ใช้งาน ขณะนี้ ARPU ทั้ง 2 แบรนด์นี้เฉลี่ยอยู่ที่190 บาทนายสมชัย กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้เอไอเอสมองว่าถ้ามีบริการระบบ 3 จี เข้ามาให้บริการได้เร็วก็จะส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักและมีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้าพรีเพด (ระบบเติมเงิน) ของเอไอเอส ทั้งวัน-ทู-คอลและสวัสดีมีประมาณ 90% ของลูกค้าเอไอเอส โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด ในตลาดรวมอยู่ที่ 50%รองกก.ผอ.สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวด้วยว่า เอไอเอสมีความพร้อมรองรับลูกค้าระบบ 3 จีแล้ว ทั้งด้านฟังก์ชั่นที่รองรับระบบ โดยสามารถให้บริการลูกค้าได้ทันที เมื่อเปิดบริการ 3จีในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมองว่าลูกค้าจะเข้ามาใช้งานในระบบดังกล่าวมากขึ้น ส่งผลให้หลายค่ายเข้ามาแข่งขันด้านการให้บริการมากขึ้น
จผู้ใช้ในการสื่อสาร เข้าถึงบริการทุกที่ โดยแบรนด์ของเอไอเอสจะแบ่งส่วนการรองรับตลาด เช่น แบรนด์สวัสดี จะเจาะเข้ากลุ่มผู้ที่ไม่ต้องการเสียค่าบริการมือถือราคาแพง แต่ต้องการรับสายได้ทุกที่ ขณะที่มีค่าบริการรายเดือนเฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมาย (ARPU) อยู่ที่ประมาณ 50 บาท เป็นต้น ส่วนแบรนด์เอไอเอสวัน-ทู-คอล เน้นเจาะกลุ่มต่างจังหวัดที่อยู่ตามหัวเมืองหลัก เช่น จ.เชียงใหม่ ที่มีผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก ก็จะเน้นบริการโทรที่คุ้มค่า ควบคู่กับศูนย์บริการที่ครอบคลุมผู้ใช้งาน ขณะนี้ ARPU ทั้ง 2 แบรนด์นี้เฉลี่ยอยู่ที่190 บาทนายสมชัย กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้เอไอเอสมองว่าถ้ามีบริการระบบ 3 จี เข้ามาให้บริการได้เร็วก็จะส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักและมีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้าพรีเพด (ระบบเติมเงิน) ของเอไอเอส ทั้งวัน-ทู-คอลและสวัสดีมีประมาณ 90% ของลูกค้าเอไอเอส โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาด ในตลาดรวมอยู่ที่ 50%รองกก.ผอ.สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวด้วยว่า เอไอเอสมีความพร้อมรองรับลูกค้าระบบ 3 จีแล้ว ทั้งด้านฟังก์ชั่นที่รองรับระบบ โดยสามารถให้บริการลูกค้าได้ทันที เมื่อเปิดบริการ 3จีในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมองว่าลูกค้าจะเข้ามาใช้งานในระบบดังกล่าวมากขึ้น ส่งผลให้หลายค่ายเข้ามาแข่งขันด้านการให้บริการมากขึ้นแนะคนทำเว็บใช้ฟรีแวร์ ป้องกันละเมิดลิขสิทธิ์
ผู้เชี่ยวชาญเสนอทางออกแก่นักพัฒนาเว็บคนไทย เป็นการหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายในทุกกรณี พร้อมทั้งต้องเร่งสร้างวัฒนธรรมในการใช้สิทธิเสรีภาพในการบริโภคข่าวสารอย่างจริงจังกันเสียที...ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2552 สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้จัดงานเสวนางานจิบกาแฟคนทำเว็บหัวข้อ "ทำเว็บแบบไม่ต้องลงทุน ใช้ฟรีแวร์แทนซอฟต์แวร์เสียเงิน" ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ฟรีที่คนทำเว็บไซต์ ควรมีไว้เพื่อใช้ทดแทนซอฟต์แวร์ผิดลิขสิทธิ์ หรือ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากลองใช้งานโปรแกรมบางประเภทที่หากซื้อแบบมีลิขสิทธ์จะมีราคาแพงเกินความจำเป็นที่ต้องใช้งาน ผนวกกับในปี 2552 ทางรัฐบาลโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็มีนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้มีการเข้มงวดในการตรวจสอบ จับกุมผู้ขาย หรือผู้ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่มักใช้งานกันในการทำเว็บไซต์ทั่วไป อาทิ ซอฟต์แวร์แก้ไขไฟล์ข้อความ เช่น EditPlus ซอฟต์แวร์แก้ไขรูปภาพ เช่น Photoshop ซอฟต์แวร์สร้างเว็บ เช่น Dreamweaver และ ซอฟต์แวร์อัปโหลด/ดาวน์โหลดไฟล์ เช่น CuteFTP เป็นต้น โดยซอฟต์แวร์เหล่านี้ ผู้ใช้จะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ แต่นักพัฒนาเว็บคนไทยจำนวนมากที่ใช้แบบแครก หรือ ผิดลิขสิทธิ์อยู่ ทั้งที่ความจริงนักพัฒนาเว็บไซต์ชาวไทยมีทางเลือกที่จะไม่ต้องใช้ของผิดลิขสิทธิ์แล้ว เพราะมีซอฟต์แวร์ฟรีจำนวนมากที่มีความสามารถทัดเทียมกับซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ให้ลองดาวน์โหลดไปใช้งาน รวมไปถึงบริการเว็บโฮสติ้ง และเว็บไซต์สำหรับฝากไฟล์ รวมทั้งฝากรูปฟรีบนอินเทอร์เน็ตนายศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย ผู้ดูแลเว็บไซต์ http://www.thairath.co.th/content/tech/www.freeware.in.th 3 นาทีเพื่อพีซีถูกลิขสิทธิ์ และพิธีกรรายการแบไต๋ไฮเทค กล่าวว่า สำหรับการใช้งานซอฟต์แวร์ของคนไทย ที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการเคารพทรัพย์สินทางปัญญาน้อย ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จึงรุนแรง โดยอาจมีทั้งละเมิดโดยไม่ตั้งใจ และกลุ่มที่ต้องใจจะละเมิด ดังนั้น จึงจำป็นที่ต้องให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานซอฟต์แวร์ฟรี ที่ขณะนี้มีให้เลือกใช้งานมากมายบนอินเทอร์เน็ต เพียงแต่ต้องค้นหา และทำความเข้าใจกับโปรแกรมต่างๆผู้ดูแลเว็บไซต์ www.freeware.in.th กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่เริ่มต้นทำเว็บไซต์ของตัวเอง มีเว็บไซต์รับจดฟรีโดเมนแนะนำ คือ .co.cc ที่ใช้ฟรีนาน 1 ปี อีกทั้งยังรองรับระบบจัดการคอนเทนท์ หรือ CMS ได้ง่าย ชี้ DNS แบบอัตโนมัติ ด้านเว็บโฮสติ้งที่อยากแนะนำ คือ http://www.thairath.co.th/content/tech/www.freehostia.com ที่ฝากข้อมูลได้ฟรีถึง 250 MB ส่วนผู้ที่กลัวว่าข้อมูลจะเกินความจุฟรี อยากให้ลองใช้บริการเก็บรูปของ http://www.thairath.co.th/content/tech/www.flickr.com เพราะเก็บรูปได้ฟรีไม่จำกัด แต่มีโควต้าอัพเดทได้เดือนละ 100 MB ส่วนบริการฝากไฟล์สำหรับผู้ที่ต้องการ แบ่งไฟล์ให้คนอื่นๆ ได้ดาวน์โหลด มีเว็บไซต์แนะนำ เช่น มีเดียไฟร์ดอทคอม http://www.thairath.co.th/content/tech/www.mediafire.com หรือ เว็บไซต์ในประเทศ เช่น อัพโหลดทูเดย์ดอทคอม http://www.thairath.co.th/content/tech/www.uploadtoday.comนายศุภเดช กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ซอฟต์แวร์ที่เป็นฟรีค่าลิขสิทธิ์ สามารถดาวน์โหลดมาลองได้ดูได้ที่ http://www.thairath.co.th/content/tech/www.freeware.in.th ที่ได้บ่งหมวดหมู่ซอฟต์แวร์ไว้ตามประเภทการใช้งาน และขึ้นตอนการใช้งานแบบย่อให้ดูประกอบได้ โดยสิ่งที่ผู้ใช้งานฟรีแวร์ไทยน่าจะทำ เพื่อตอบแทนนักพัฒนาซอฟต์แวร์เหล่านี้ คือ การเลือกบริจาคเงินเพื่อสนับสนุน หรือช่วยคลิกแบนเนอร์โฆษณาในหน้าเว็บไซต์บ้าง เพื่อที่จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถอยู่รอดได้ต่อไป ไม่อยากให้คนไทยเป็นแค่คนที่รอดาวน์โหลดใช้อย่างเดียวด้าน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ เจ้าของเว็บไซต์ http://www.thairath.co.th/content/tech/www.tarad.com กล่าวในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้บริการออนไลน์ และเว็บแอพลิเคชันว่า ขณะนี้ มีเว็บไซต์ไมโครบล็อกกิ้งสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ใช้งานฟรีๆ โดยถ้านำมาประยุกต์ใช้กับการทำเว็บไซต์ จะมีประโยชน์มาก สำหรับคนที่ต้องการทำกิจกรรม หรือ แจ้งข่าวให้สมาชิก นั่นคือ เว็บไซต์ทววีทเตอร์ดอทคอม http://www.thairath.co.th/content/tech/www.twitter.com ที่เป็นรูปแบบการแจ้งถึงสถานะของตัวผู้ใช้ (ทวีต) ในแต่ละวัน ทำให้คนที่ตามดูรู้ว่ากำลังทำอะไร หรือมีข่าวสารอะไรใหม่ออกมาบ้าง ทั้งนี้เชื่อว่าตัวทวีทเตอร์ จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการเล่นสังคมออนไลน์ นอกเหนือจากเว็บไซต์ดังๆ เช่น ไฮไฟว์ หรือ เฟซบุ๊ค
พบหลักฐานวิทยาศาสตร์ปราศจากข้อสงสัย ควันบุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งเต้านม
หลักฐานดังกล่าวระบุว่า สตรีที่เคยสัมผัสโดนควันบุหรี่ในช่วงวัยรุ่น หรือ เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ประมาณมากถึง ร้อยละ 80-90 ล้วนแต่เสี่ยงกับอันตรายของมะเร็งเต้านม...กลุ่มนักวิจัยผู้ทรงคุณวุฒิระหว่างประเทศกล่าวแจ้งว่า พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่สิ้นสุดโดยปราศจากข้อสงสัยว่า ควันหลงของบุหรี่มีส่วนเกี่ยวพันกับการทำให้เป็นมะเร็งเต้านมประธานคณะนักวิจัย นายเนียล ดคอลลิชอ ได้กล่าวในรายงานผลการศึกษาว่า ได้พบหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ ในอันตรายของการสูบบุหรี่และควันหลงของบุหรี่ที่มีต่อมะเร็งเต้านม"แม้จะมีหลักฐานของความเกี่ยวพันระหว่างควันบุหรี่กับมะเร็งเต้านมเป็นปริมาณมาก มากระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ แต่มันก็ยังไม่เด็ดขาด จนกระทั่งคณะผู้ทรงคุณวุฒิได้มาวิเคราะห์หลักฐานที่หาได้ ทั้งหมดอย่างถ้วนถี่ โดยเ
ฉพาะหลักฐานล่าสุด ทำให้ เราสรุปได้ว่า หลักฐานของอันตรายเรื่องนี้เชื่อได้""สตรีที่เคยสัมผัสโดนควันบุหรี่ในช่วงวัยรุ่นหรือเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ประมาณมากถึง ร้อยละ 80-90 ล้วนแต่เสี่ยงกับอันตรายของมะเร็งเต้านมยิ่งขึ้น"กลุ่มคณะนักวิจัยยังได้กล่าวว่า ในช่วงระยะหลายปีมานี้ ได้มีการศึกษาหาความข้องเกี่ยวของควันบุหรี่ กับมะเร็งเต้านมในสตรี ขึ้นมากมายหลายเรื่อง.
ฉพาะหลักฐานล่าสุด ทำให้ เราสรุปได้ว่า หลักฐานของอันตรายเรื่องนี้เชื่อได้""สตรีที่เคยสัมผัสโดนควันบุหรี่ในช่วงวัยรุ่นหรือเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ประมาณมากถึง ร้อยละ 80-90 ล้วนแต่เสี่ยงกับอันตรายของมะเร็งเต้านมยิ่งขึ้น"กลุ่มคณะนักวิจัยยังได้กล่าวว่า ในช่วงระยะหลายปีมานี้ ได้มีการศึกษาหาความข้องเกี่ยวของควันบุหรี่ กับมะเร็งเต้านมในสตรี ขึ้นมากมายหลายเรื่อง.ทดสอบคนนอนหัวคํ่ากับผู้มีนิสัยแบบนกฮูก คนนอนดึกได้เปรียบกว่า
หลังนักวิจัยเมืองผู้ดี ทำงานวิจัยพบ ผู้ที่นอนดึกมีความฉลาด และอดทนอึดเหนือกว่า โดยจะเหนื่อยเร็วในการทำงานน้อยกว่าเพื่อนผู้ที่นอนหัวค่ำและตื่นพร้อมกับไก่ขัน..การศึกษาล่าสุด ตัดสินชี้ขาดว่า ผู้ที่นิสัยนอนดึก มีความฉลาด และอดทนอึดเหนือกว่าผู้ที่ชอบนอนแต่หัวค่ำหนังสือพิมพ์รายวัน "เดลี่ เมล์" ของอังกฤษ ได้เสนอข่าวการศึกษาเรื่องนี้ว่า นักวิจัยได้พบในการศึกษาว่าผู้ที่ นอนดึก จะเหนื่อยเร็วในการทำงานทำการน้อยกว่าเพื่อนผู้ที่นอนหัวค่ำและตื่นพ
ร้อมกับไก่ขันนักวิจัยได้จับอาสาสมัครทั้งสองพวก มาทดสอบการทำงานและการมีสมาธิ โดยปล่อยให้คงเข้านอนและตื่นตามความเคยชินปกติ พวกที่มีนิสัยแบบนกฮูก เข้านอนทีหลัง 4 ชม. เมื่อตื่นนอนขึ้น ทั้งสองพวกยังคงทำงานทำการเหมือนอย่างปกติคล้ายกัน หากแต่เมื่อเวลาผ่านไปสัก 10 ชั่วโมง พวกกลุ่มคนนอนดึกกลับแสดงความเหนือกว่า ทั้งทำงานเสร็จเร็วกว่า และมีความแน่วแน่ในการงานดีกว่าเมื่อตื่นนอนมาเป็นเวลานานพอๆ กัน ผู้ที่ชอบนอนหัววันจะชักง่วง และเมื่อตรวจสมองด้วยเครื่องมือตรวจคลื่นสมองดู ก็พบส่วนของสมองเกี่ยวกับความแน่วแน่ในกิจการงานจะเกิดล้าลงวารสาร "วิทยาศาสตร์" ของเมืองน้ำชา ซึ่งได้รายงานผลการศึกษา รายงานไว้ด้วยว่า บุคคลผู้มีชื่อเสียงของโลกที่มีนิสัยนอนดึก มี ชาร์ลส์ ดาร์วิน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และอดีตนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิล รวมอยู่ด้วย.
ร้อมกับไก่ขันนักวิจัยได้จับอาสาสมัครทั้งสองพวก มาทดสอบการทำงานและการมีสมาธิ โดยปล่อยให้คงเข้านอนและตื่นตามความเคยชินปกติ พวกที่มีนิสัยแบบนกฮูก เข้านอนทีหลัง 4 ชม. เมื่อตื่นนอนขึ้น ทั้งสองพวกยังคงทำงานทำการเหมือนอย่างปกติคล้ายกัน หากแต่เมื่อเวลาผ่านไปสัก 10 ชั่วโมง พวกกลุ่มคนนอนดึกกลับแสดงความเหนือกว่า ทั้งทำงานเสร็จเร็วกว่า และมีความแน่วแน่ในการงานดีกว่าเมื่อตื่นนอนมาเป็นเวลานานพอๆ กัน ผู้ที่ชอบนอนหัววันจะชักง่วง และเมื่อตรวจสมองด้วยเครื่องมือตรวจคลื่นสมองดู ก็พบส่วนของสมองเกี่ยวกับความแน่วแน่ในกิจการงานจะเกิดล้าลงวารสาร "วิทยาศาสตร์" ของเมืองน้ำชา ซึ่งได้รายงานผลการศึกษา รายงานไว้ด้วยว่า บุคคลผู้มีชื่อเสียงของโลกที่มีนิสัยนอนดึก มี ชาร์ลส์ ดาร์วิน อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และอดีตนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิล รวมอยู่ด้วย.สหรัฐเขย่าปลุกชาติต่างๆแก้ปัญหาโลกร้อน ชาติที่เป็นเกาะอาจหายตัว
รมว.กระทรวงพลังงานเมืองลุงแซม เตือนว่า อย่านิ่งเฉยต่อปัญหาโลกร้อน ระบุโอบามาจะสนับสนุนเพื่อนผู้นำชาติต่างๆ ให้คำนึงถึงการใช้พลังงานให้คุ้มค่า...
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯนายสตีเวน ชู กล่าวเตือนว่า หากชาติต่างๆยังคงทำหูเอานา เอาตาไปไร่ในเรื่องความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศอีกต่อไป โดยไม่ทำอะไรเลย ชาติที่เป็นเกาะบางชาติอาจจะหายไปเฉยๆรัฐม
นตรีซึ่งร่วมคณะของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ไปเยือนตรินิแดดและโตเบโก สองชาติซึ่งเป็นเกาะ บอกในการให้สัมภาษณ์ว่า ประธานาธิบดีโอบามา จะเร่งเร้าผลักดันผู้นำของชาติต่างๆ ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำของชาติประชาธิปไตยซีกโลกตะวันตก เพื่อให้ช่วยกันหยุดยั้งอุณหภูมิของโลกที่กำลังเพิ่มขึ้น เขาระบุว่าโลกที่ร้อนขึ้นทำให้เกิดพายุเฮอริเคนที่ก่อความเสียหายย่อยยับ และระดับน้ำในมหาสมุทรก็สูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วงเขาเผยด้วยว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะสนับสนุนเพื่อนผู้นำชาติต่างๆ ให้คำนึงถึงการใช้พลังงานให้คุ้มค่า เพื่อช่วยต่อต้านความปรวนแปรของดินฟ้าอากาศ โดยได้ยกตัวอย่างตู้เย็นว่า แม้จะมีขนาดโตขึ้นแต่ประสิทธิภาพสูงกว่าของสมัยเมื่อปี พ.ศ. 2518 ถึง 4 เท่า.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯนายสตีเวน ชู กล่าวเตือนว่า หากชาติต่างๆยังคงทำหูเอานา เอาตาไปไร่ในเรื่องความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศอีกต่อไป โดยไม่ทำอะไรเลย ชาติที่เป็นเกาะบางชาติอาจจะหายไปเฉยๆรัฐม
นตรีซึ่งร่วมคณะของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ไปเยือนตรินิแดดและโตเบโก สองชาติซึ่งเป็นเกาะ บอกในการให้สัมภาษณ์ว่า ประธานาธิบดีโอบามา จะเร่งเร้าผลักดันผู้นำของชาติต่างๆ ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำของชาติประชาธิปไตยซีกโลกตะวันตก เพื่อให้ช่วยกันหยุดยั้งอุณหภูมิของโลกที่กำลังเพิ่มขึ้น เขาระบุว่าโลกที่ร้อนขึ้นทำให้เกิดพายุเฮอริเคนที่ก่อความเสียหายย่อยยับ และระดับน้ำในมหาสมุทรก็สูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วงเขาเผยด้วยว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะสนับสนุนเพื่อนผู้นำชาติต่างๆ ให้คำนึงถึงการใช้พลังงานให้คุ้มค่า เพื่อช่วยต่อต้านความปรวนแปรของดินฟ้าอากาศ โดยได้ยกตัวอย่างตู้เย็นว่า แม้จะมีขนาดโตขึ้นแต่ประสิทธิภาพสูงกว่าของสมัยเมื่อปี พ.ศ. 2518 ถึง 4 เท่า.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น