
ทำเอาผู้คนแถวตลาดนัดซอยอารีย์แตกตื่นไปแล้วเมื่อวานนี้ เมื่อศิลปินฮอต เกิร์ลลี่ เบอร์รี่, รอน AF5 และ ต้า AF3 มาร่วมเดินขบวนรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในงาน 45 วัน รวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน ของ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มรณรงค์ตั้งแต่วันคุ้มครองโลกจนถึงวันสิ่งแวดล้อมโลก 22 เม.ย. -5 มิ.ย.นี้ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน คนก็แห่ตามไปป๊ะหน้าศิลปินในดวงใจกันให้เพียบ แถมโดนรุมขอถ่ายรูปพร้อมขอลายเซ็นกันตลอดทาง ทั้ง เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ รอน AF5 และ ต้า AF3 ชื่นใจที่แฟนๆตามกรี๊ดเพียบจนหายเหนื่อยไปตามๆ กัน ก่อนที่จะมานั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกเพื่อลดโลกร้อนอย่างจริงจัง และยังเดินแจกถุงผ้าและถุงกระดาษพร้อมช่วยรณรงค์ให้ลดใช้ถุงพลาสติกกันต่อแบบไม่หวั่นอากาศร้อนๆ แถมยังเป็นวันที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปีอีก งานนี้เลยได้ใจชาวซอยอารีย์ไปเต็มๆ เร้ยย์.
เปิดความคิด-มุมมองอาชีพ "ดีเจ-วีเจทรูมิวสิค"

คลื่นลูกใหม่ในแวดวงบันเทิงเกิดขึ้นกันอยู่ทุกวัน ยิ่งในเวลานี้เวทีประกวดต่างๆ เพื่อเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ประดับวงการก็มีมากมายจนจำแทบไม่หมด แม้แต่ในวงการดีเจ-วีเจก็ยังมีการประกวดให้เห็นมากมายเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือเมื่อเข้ามาแล้วจะทำยังไงให้ได้อยู่ในวงการนี้ได้นานๆ วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ เลยชวนบรรดารุ่นพี่ ดีเจ-วีเจจากทรูมิวสิค มาร่วมโม้ เอ๊ย!! พูดคุยแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับอาชีพนี้ นำทีมโดย 2 ดีเจ-วีเจหนุ่มหน้าใส สอง-นพเก้า โกเจริญกิจ, น็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล และ 2 หนุ่มนักล่าฝัน AF3 ที่ผันตัวเองมาเป็นดีเจ-วีเจ ตูน-ธัชพล ชุมดวง, โด่ง-ศิระ รัตนโภคาสถิต ใครที่อยากเป็นดีเจ-วีเจ รีบเงี่ยหูฟังหนุ่มๆ เค้าพูดกันได้เร้ยย์ที่มาที่ไปของการเป็นดีเจ-วีเจ?สอง : ผมเป็นคนที่ผู้ใหญ่เลือกให้เป็นดีเจของทรูมิวสิค 93.5 เอฟเอ็ม คนสุดท้าย แต่ว่าเป็นวีเจคนแรกของทรูมิวสิคที่เป็นผู้ชาย มาทำงานตรงนี้ได้ 2 ปีแล้วครับ น็อต : คือจริงๆแล้วเนี่ยน็อตเป็นพิธีกรของทรูมิวสิคมาก่อนครับ ทีนี้ผู้ใหญ่เค้าเห็นแล้วอยากให้โอกาสเค้าก็ถามว่าลองเข้ามาเทสต์มั้ย เราก็เห็นว่ามันเป็นโอกาสที่ดีก็เลยลองเทสต์ดู เทสต์อยู่ 3 วันแล้วเค้าโทรมาบอกว่าให้ขึ้นจัดรายการเลยครับ มาทำได้ประมาณ 7-8 เดือนแล้วตูน : ตอนนั้นทางช่องทรูมิวสิคจะเปิดรายการเป็นรายการสดและเป็นคอนเวอร์เจ้นต์ทั้ง 3 ช่องทาง และเรียกพวกเราเอเอฟเข้าไปแคสหลายคนเหมือนกัน พอไปแคสมาก็มีโอกาสได้มาทำครับ ที่ทำอยู่คือรายการท๊อปฮิต เป็นรายการตอนเช้า ทำมาประมาณ 2 ปีกว่าๆ ซึ่งตูนก็ทำรายการตอนเช้ามาตลอดจนถึงตอนนี้โด่ง : เริ่มต้นคือโด่งมาจากการเป็นเอเอฟก่อน และหลังจากนั้นก็มีผู้ใหญ่ให้โอกาสมาลองแคสเป็นวีเจ ซึ่งเราเป็นคนชอบพูดชอบคุยรักสนุกด้วย และพอดีกับพี่ที่ทรูมิวสิคกำลังจะเปิดคลื่นและอยากได้ดีเจ-วีเจที่มีคาแร็คเตอร์เป็นของตัวเอง รักการพูดและเสียงเพลง เลยมีโอกาสได้เข้ามาทำครับ ตอนนี้ทำมาได้ 2 ปีกว่าๆ แล้ว เป็นรุ่นที่แก่ที่สุดในทรูมิวสิคเลยก็ว่าได้
การเป็นดีเจ-วีเจ เปิดโอกาสให้เรามากน้อยแค่ไหน?สอง : ทำให้เราได้เจอคนเยอะ เจอแฟนคลับ เจอผู้ฟังรายการ เจอศิลปินที่เรารู้สึกว่าชอบเค้าและมีโอกาสได้สัมภาษณ์ หรือบางทีเป็นศิลปินที่เราเคยมองเค้าในแง่ไม่ดีมาก่อน พอเราไปเจอเค้า ไปคุยกับเค้าก็อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด มันมีหลายเหตุการณ์หลายมุมมองที่เราได้เจอครับน็อต : อย่างแรกเป็นโอกาสในการทำงานด้านอื่นๆ ได้ทำงานพิธีกรด้วย ต้องขอบคุณทรูมิวสิคที่มอบโอกาสดีๆแบบนี้ให้น็อตแล้วก็ความกรุณาของผู้ใหญ่หลายๆท่าน ทั้งพี่ๆสต๊าฟ พี่ๆตากล้อง พี่ๆทุกคนที่เป็นเพื่อนร่วมงาน สอนน๊อต สอนสิ่งดีๆให้กับน๊อต แล้วก็ทำให้น๊อตได้มีความสามารถเพิ่มขึ้น ตูน : การเป็นดีเจ-วีเจ เปิดโอกาสตูนได้ความรู้เรื่องเพลงมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนตูนไม่ค่อยฟังเพลงไทยเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้ตูนก็ต้องรู้จักเพราะมันเป็นกระแส ทำให้เรารู้ความเคลื่อนไหวในวงการดนตรี ได้รู้ในด้านอื่นๆเพิ่มขึ้นด้วยโด่ง : ผมว่าอาชีพดีเจ-วีเจ ทำให้เรามีไหวพริบปฏิภาณในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าดีขึ้น ได้ฝึกฝนการพูดอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญได้พบปะกับเพื่อนๆในวงการ ได้พบปะกับศิลปิน ทำให้เราได้รู้จักนักร้องในค่ายอื่นที่ไม่ใช่แต่เอเอฟอย่างเดียว ทำให้รู้จักกับนักแสดงดาราอีกหลายคน และก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากพี่ๆ ดาราด้วย
การเป็นดีเจ-วีเจ เปิดโอกาสให้เรามากน้อยแค่ไหน?สอง : ทำให้เราได้เจอคนเยอะ เจอแฟนคลับ เจอผู้ฟังรายการ เจอศิลปินที่เรารู้สึกว่าชอบเค้าและมีโอกาสได้สัมภาษณ์ หรือบางทีเป็นศิลปินที่เราเคยมองเค้าในแง่ไม่ดีมาก่อน พอเราไปเจอเค้า ไปคุยกับเค้าก็อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด มันมีหลายเหตุการณ์หลายมุมมองที่เราได้เจอครับน็อต : อย่างแรกเป็นโอกาสในการทำงานด้านอื่นๆ ได้ทำงานพิธีกรด้วย ต้องขอบคุณทรูมิวสิคที่มอบโอกาสดีๆแบบนี้ให้น็อตแล้วก็ความกรุณาของผู้ใหญ่หลายๆท่าน ทั้งพี่ๆสต๊าฟ พี่ๆตากล้อง พี่ๆทุกคนที่เป็นเพื่อนร่วมงาน สอนน๊อต สอนสิ่งดีๆให้กับน๊อต แล้วก็ทำให้น๊อตได้มีความสามารถเพิ่มขึ้น ตูน : การเป็นดีเจ-วีเจ เปิดโอกาสตูนได้ความรู้เรื่องเพลงมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนตูนไม่ค่อยฟังเพลงไทยเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้ตูนก็ต้องรู้จักเพราะมันเป็นกระแส ทำให้เรารู้ความเคลื่อนไหวในวงการดนตรี ได้รู้ในด้านอื่นๆเพิ่มขึ้นด้วยโด่ง : ผมว่าอาชีพดีเจ-วีเจ ทำให้เรามีไหวพริบปฏิภาณในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าดีขึ้น ได้ฝึกฝนการพูดอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญได้พบปะกับเพื่อนๆในวงการ ได้พบปะกับศิลปิน ทำให้เราได้รู้จักนักร้องในค่ายอื่นที่ไม่ใช่แต่เอเอฟอย่างเดียว ทำให้รู้จักกับนักแสดงดาราอีกหลายคน และก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากพี่ๆ ดาราด้วย
ภาพควงหนุ่มแค่เพื่อนร่วมค่าย 'แนนนี่' ยันโสดสนิท

มีภาพควงหนุ่มมาให้ได้แก้ตัว เอ๊ย แก้ข่าวอีกแร้วว...ว สำหรับนักร้องสาวเซ็กซี่ แนนนี่-ภัทรนันท์ ดีรัศมี พอเจอตัวที่งาน "45 วัน รวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน" เลยต้องไปถามเจ้าตัวให้หายสงกะสัยซะหน่อย "อ๋อ คนในภาพเป็นศิลปินน้องใหม่ของอาร์เอสค่ะ ชื่อกาย ก็สนิทกันค่ะ ไม่มีอะไร" สนิทกันนานรึยัง? "ก็สนิทกันสักพักนึงแล้วค่ะ สนิทกันทั้งกลุ่มค่ะ ก็จะไปแฮงก์เอาท์กันบ้างอะไรอย่างเงี้ย" มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์มั้ย? "อันนั้นก็เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้เพราะต้องดูองค์ประกอบหลายๆ อย่าง" รู้จักกันนานแค่ไหน? "หลายเดือนค่ะ ก็อย่างที่บอกว่าแนนนี่จะสนิทกับเพื่อนๆ ในค่ายอยู่แล้ว คนนี้ก็เป็นอีกคนที่สนิทค่ะ" เป็นเจ๊ดันให้เค้าดัง? "คงช่วยดันไม่ได้หรอกค่ะ เค้าคงต้องดังด้วยตัวเค้าเอง" แล้วเค้ามีขอคำปรึกษาอะไรบ้างมั้ย? "ก็มีค่ะ เวลาส่วนมากที่คุยกับใครก็จะช่วยกันให้คำปรึกษาในเรื่องต่าง ใครมีปัญหาอะไรก็คุยกันได้ อย่างเวลาที่เค้าไม่เข้าใจว่าเข้ามาใหม่ๆต้องวางตัวยังไงก็มาปรึกษาได้" เป็นนักร้องในค่ายแต่มีข่าวเดินด้วยกันแบบนี้ก็แปลว่าสนิทกันพอสมควร? "ก็ไม่แปลกนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องคนไหน สมมติเลิกงานมาด้วยกันก็ไปทานข้าวด้วยกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วค่ะ" ต้องระวังตัวขึ้นมั้ย? "ก็คงต้องระวังตัวมากขึ้นค่ะ" คนอาจมองว่าสร้างกระแส? "คงไม่อย่างนั้นหรอกค่ะ"มีตัวจริงพร้อมเปิดตัวรึยัง? "ตอนนี้ ยังไม่มีค่ะ ดูๆ อยู่ไปเรื่อยๆ ค่ะ ยังไม่มีใครเป็นพิเศษ" ไม่ว่าจะควงผู้ชายคนไหนก็เป็นที่จับจ้อง? "ค่ะ บางทีโดยส่วนมากแล้วจะเป็นเพื่อนกันมากกว่าค่ะ แต่พอไปเดิน 2 คนก็อาจจะเป็นที่เข้าใจผิดได้ค่ะ เราก็คงต้องระวังตัวเองมากขึ้นค่ะ" ผู้ใหญ่เตือนมั้ย? "คือเค้าก็ไม่ได้ซีเรียสค่ะ เพราะข่าวที่ออกมาก็มีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าวที่ไม่จริงนะคะ เค้าก็จะคาดว่าเราโตแล้วเราก็คงระวังตัวได้ค่ะ"

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น