วันนี้ (27 เม.ย.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบนโยบายในการปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยมอบให้กรมศิลปากรจัดทำแผนการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ให้มีความทันสมัย รวมทั้งให้พัฒนาการให้บริการผู้เข้าชม โดยล่าสุดกรมศิลปากรได้เปิดตัวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.สุรินทร์ เป็นครั้งแรก โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว และที่สำคัญทรงออกแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ด้วยพระองค์เองนายวีระ กล่าวต่อว่า โดยทรงออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมือง ออกแบบตามลักษณะสถาปัตยกรรมเขมร ประยุกต์การออกแบบในแนวร่วมสมัย นำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปี นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงมีรับสั่งว่าทรงเป็นห่วงเรื่องการสืบทอดอาชีพควาญช้างในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ จ.สุรินทร์ ประชาชนได้ยึดถือเป็นอาชีพตั้งแต่ดั้งเดิม ซึ่งขณะนี้พบว่าผู้ที่เป็นควาญช้างลดน้อยลง ดังนั้นจึงทรงมีพระดำริให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ นำวิถีชีวิตควาญช้างมาแสดงให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของอาชีพดังกล่าวด้วย และให้มีการอนุรักษ์อาชีพนี้ไว้ใน จ.สุรินทร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ จะประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการถาวรภายใน นำเสนอเรื่องราวของ จ.สุรินทร์ ตั้งแต่อดีตเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย 5 หัวข้อเรื่อง ได้แก่ 1. เรื่องธรรมชาติวิทยา จัดแสดงเรื่องกายภาพของจังหวัดสุรินทร์ 2. เรื่องประวัติศาสตร์โบราณคดี จัดแสดงพัฒนาการของผู้คน ใน จ.สุรินทร์ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ 2,000-1,500 ปีมาแล้ว สมัยวัฒนธรรมทวารวดี สมัยวัฒนธรรมขอม จนถึงสมัยวัฒนธรรมล้านช้าง-อยุธยา?? 3. เรื่องประวัติศาสตร์เมือง จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจ.สุรินทร์ 4. เรื่องชาติพันธุ์วิทยา จัดแสดงวิถีชีวิตของชนพื้นเมือง 3 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มไทยเชื้อสายกูยหรือกวย กลุ่มชนที่มีความสามารถในการจับช้างและฝึกช้าง กลุ่มไทยเชื้อสายเขมรและกลุ่มไทยลาว ที่มีความสามารถ ทอผ้าไหมได้งดงาม และ 5.เรื่องมรดกดีเด่น ได้แก่ การทอผ้าไหม การทำเครื่องประดับเงิน ศิลปการแสดงพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของชาวไทยกวยกับช้าง ซึ่งขณะนี้ผู้สนใจเข้าชมสามารถเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ม.มหิดลขออนุมัติสร้างศูนย์เทคโนโลยีฯ
ศธ. ชงครม.ให้ ม.มหิดล สร้างอาคารศูนย์เทคโนโลยีนวัตกรรม เป็นห้องเรียนดนตรีใกล้พุทธมณฑล โดยก่อสร้างเป็นอาคารใช้งานในการฝึกปฏิบัติด้านดนตรีที่มีความสูงเกิน 12 เมตรผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.วันที่ 28 เม.ย.กระทรวงศึกษาธิการ เสนอให้ครม.พิจารณาการขออนุญาตก่อสร้างอาคารศูนย์เทคโนโลยีนวัตกรรมและปฏิบัติการอเนกประสงค์เป็นกรณีพิเศษและขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาทของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่ออนุญาตให้มหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์เทคโนโลยีนวัตกรรมและปฏิบัติการอเนกประสงค์ในพื้นที่บริเวณรอบนอกแนวเขตที่ดินของพุทธมณฑลในระยะ 300 เมตร เป็นกรณีพิเศษ ที่ต.ศาล
ายา อ.พุทธมณฑล จ. นครปฐม โดยก่อสร้างเป็นอาคารใช้งานในการฝึกปฏิบัติด้านดนตรีที่มีความสูงเกิน 12 เมตร และมีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 1,000 ตารางเมตรและขออนุมัติให้มหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการอาคารศูนย์เทคโนโลยีนวัตกรรมและปฏิบัติการอเนกประสงค์ ภายในวงเงิน 1,048.95 ล้านบาท ตามผลการจัดหาโดยวิธีพิเศษ ซึ่งได้รับอนุมัติจากกรมบัญชีกลางแล้ว โดยให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551-พ.ศ. 2554 จำนวน 524.475 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณสมทบอีก จำนวน 524.475 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศธ. อ้างเหตุผลการก่อสร้างศูนย์ฯดังกล่าว เพื่อเป็นสถานที่ในการดำเนินงานจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถรองรับการจัดกิจกรรมทั้งของมหาวิทยาลัย ชุมชนโดยรอบจังหวัดนครปฐม ปริมณฑลด้านตะวันตก รวมถึงภูมิภาคตะวันตกที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีความหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาที่กำลังศึกษาสูงกว่า 26,000 คน ในแต่ละปีมีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาสูงกว่า 4,500 คน ความจำเป็นที่ต้องใช้อาคารที่สามารถรองรับผู้ใช้อาคารในคราวเดียวกันจำนวนมากถึง 2,000 คน จึงจำเป็นเป็นต้องขอยกเว้นกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่พุทธมณฑล อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 เว้นแต่คณะรัฐมนตรีอนุญาตในกรณีที่มีเหตุผลพิเศษ
ายา อ.พุทธมณฑล จ. นครปฐม โดยก่อสร้างเป็นอาคารใช้งานในการฝึกปฏิบัติด้านดนตรีที่มีความสูงเกิน 12 เมตร และมีพื้นที่ทุกชั้นในหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน 1,000 ตารางเมตรและขออนุมัติให้มหาวิทยาลัยมหิดลดำเนินการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการอาคารศูนย์เทคโนโลยีนวัตกรรมและปฏิบัติการอเนกประสงค์ ภายในวงเงิน 1,048.95 ล้านบาท ตามผลการจัดหาโดยวิธีพิเศษ ซึ่งได้รับอนุมัติจากกรมบัญชีกลางแล้ว โดยให้ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551-พ.ศ. 2554 จำนวน 524.475 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณสมทบอีก จำนวน 524.475 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศธ. อ้างเหตุผลการก่อสร้างศูนย์ฯดังกล่าว เพื่อเป็นสถานที่ในการดำเนินงานจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถรองรับการจัดกิจกรรมทั้งของมหาวิทยาลัย ชุมชนโดยรอบจังหวัดนครปฐม ปริมณฑลด้านตะวันตก รวมถึงภูมิภาคตะวันตกที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีความหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งมหาวิทยาลัยมีนักศึกษาที่กำลังศึกษาสูงกว่า 26,000 คน ในแต่ละปีมีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาสูงกว่า 4,500 คน ความจำเป็นที่ต้องใช้อาคารที่สามารถรองรับผู้ใช้อาคารในคราวเดียวกันจำนวนมากถึง 2,000 คน จึงจำเป็นเป็นต้องขอยกเว้นกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่พุทธมณฑล อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 เว้นแต่คณะรัฐมนตรีอนุญาตในกรณีที่มีเหตุผลพิเศษเด็กเกินครึ่ง ไม่เคยใช้บริการหอสมุดแห่งชาติ
วธ.สำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชน ปัญหาที่ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน 1 ใน 3 อยากให้แก้ไขปัญหาอบายมุข การมั่วสุมของเด็กวัยรุ่น เช่น การดื่มสุรา ยาเสพติด ค้าประเวณี เที่ยวกลางคืนนายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม กล่าววันนี้ (27 เม.ย.) ว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนที่มีต่อกระทรวงวัฒนธรรม เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย วันสงกรานต์ และปัญหาทางวัฒนธรรมที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 โดยสุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชนจำนวน 7,602 คน อายุระหว่าง 10-12 ปี ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. ? 15 เม.ย. 2552 พบว่า หน่วยงานในสังกัดวธ.ที่กลุ่มตัวอย่างรู้จักมากที่สุด ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และอุทยานประวัติศาสตร์ส่วนหน่วยงานที่ไม่รู้จักมากที่สุด ได้แก่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
หอไทยนิทัศน์สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กไม่เคยใช้บริการหอสมุดแห่งชาติ ถึงร้อยละ 51.7 กรมศิลปากร ร้อยละ 59 และกรมการศาสนา ร้อยละ 57.7นายธีระ กล่าวว่า ในส่วนภาพลักษณ์ที่สะท้อนหน้าที่ของวธ. นั้น เยาวชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 89.2 คิดว่า ภาพลักษณ์ของวธ.คือ การอนุรักษ์ ภาษาไทย ร้อยละ 83.3 เห็นว่า เป็นการดูแลโบราณสถาน อาทิ วัด เจดีย์ โบสถ์ วิหาร พระราชวัง และร้อยละ 81.7 เป็นการอนุรักษ์ประเพณีต่างๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ฯลฯนอกจากนี้ ปัญหาที่เด็กและเยาวชนต้องการให้วธ.แก้ไขอย่างเร่งด่วน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ปัญหาการเผยแพร่ผลงานวัฒนธรรมให้ประชาชนรู้จัก ร้อยละ 64.7 2.เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาอบายมุข การมั่วสุมของเด็กวัยรุ่น เช่น การดื่มสุรา ยาเสพติด ค้าประเวณี เที่ยวกลางคืน ร้อยละ 65.6 และ3.ต้องการให้แก้ไขปัญหาการใช้คำพูดศัพท์แสลง ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างคำพูดที่สุภาพตลอดจนไม่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคาย ร้อยละ 65.5นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังอยากให้วธ.เร่งดำเนินการ 3 อันดับแรก คือ การไหว้และการมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ การแต่งกายของวัยรุ่นและนักศึกษา การแสดงออกต่อที่สาธารณะของวัยรุ่น และการแก้ไขปัญหาวัยรุ่นอย่างจริงจัง?สำหรับมรดกไทยที่เด็กภาคภูมิใจที่สุดในกรุงเทพมหานคร คือ ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม และพระที่นั่งอนันตสมาคม ขณะที่ปัญหามรดกไทยควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ การลักลอบขุดสมบัติ และการทำลายเอกลักษณ์วัฒนธรรมชาติ ซึ่งควรส่งเสริมให้มีหลักสูตรสร้างจิตสำนึกในเรื่องวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้แก่เด็กและเยาวชน ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับวันสงกรานต์ พบว่า สิ่งที่ควรเฝ้าระวังและควรแก้ไขเร่งด่วน คือ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่น เช่น การมั่วสุม เพศสัมพันธ์ การเล่นสาดน้ำรุนแรง การแสดงโคโยตี้ การปะแป้งและลวนลามผู้ร่วมกิจกรรม ? รมว.วัฒนธรรม กล่าว? และว่า หลังจากนี้ วธ.จะต้องเร่งปรับปรุงบทบาทหน้าที่ของทุกหน่วยงานให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนมากกว่านี้ โดยเฉพาะบทบาทในเรื่องการแก้ปัญหาสังคม ร้านเกมส์ เด็กติดเกม และการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนรับรู้หน้าที่ของกระทรวงมากขึ้น
หอไทยนิทัศน์สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กไม่เคยใช้บริการหอสมุดแห่งชาติ ถึงร้อยละ 51.7 กรมศิลปากร ร้อยละ 59 และกรมการศาสนา ร้อยละ 57.7นายธีระ กล่าวว่า ในส่วนภาพลักษณ์ที่สะท้อนหน้าที่ของวธ. นั้น เยาวชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 89.2 คิดว่า ภาพลักษณ์ของวธ.คือ การอนุรักษ์ ภาษาไทย ร้อยละ 83.3 เห็นว่า เป็นการดูแลโบราณสถาน อาทิ วัด เจดีย์ โบสถ์ วิหาร พระราชวัง และร้อยละ 81.7 เป็นการอนุรักษ์ประเพณีต่างๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ฯลฯนอกจากนี้ ปัญหาที่เด็กและเยาวชนต้องการให้วธ.แก้ไขอย่างเร่งด่วน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ปัญหาการเผยแพร่ผลงานวัฒนธรรมให้ประชาชนรู้จัก ร้อยละ 64.7 2.เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาอบายมุข การมั่วสุมของเด็กวัยรุ่น เช่น การดื่มสุรา ยาเสพติด ค้าประเวณี เที่ยวกลางคืน ร้อยละ 65.6 และ3.ต้องการให้แก้ไขปัญหาการใช้คำพูดศัพท์แสลง ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างคำพูดที่สุภาพตลอดจนไม่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคาย ร้อยละ 65.5นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังอยากให้วธ.เร่งดำเนินการ 3 อันดับแรก คือ การไหว้และการมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ การแต่งกายของวัยรุ่นและนักศึกษา การแสดงออกต่อที่สาธารณะของวัยรุ่น และการแก้ไขปัญหาวัยรุ่นอย่างจริงจัง?สำหรับมรดกไทยที่เด็กภาคภูมิใจที่สุดในกรุงเทพมหานคร คือ ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม และพระที่นั่งอนันตสมาคม ขณะที่ปัญหามรดกไทยควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ การลักลอบขุดสมบัติ และการทำลายเอกลักษณ์วัฒนธรรมชาติ ซึ่งควรส่งเสริมให้มีหลักสูตรสร้างจิตสำนึกในเรื่องวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้แก่เด็กและเยาวชน ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับวันสงกรานต์ พบว่า สิ่งที่ควรเฝ้าระวังและควรแก้ไขเร่งด่วน คือ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่น เช่น การมั่วสุม เพศสัมพันธ์ การเล่นสาดน้ำรุนแรง การแสดงโคโยตี้ การปะแป้งและลวนลามผู้ร่วมกิจกรรม ? รมว.วัฒนธรรม กล่าว? และว่า หลังจากนี้ วธ.จะต้องเร่งปรับปรุงบทบาทหน้าที่ของทุกหน่วยงานให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนมากกว่านี้ โดยเฉพาะบทบาทในเรื่องการแก้ปัญหาสังคม ร้านเกมส์ เด็กติดเกม และการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนรับรู้หน้าที่ของกระทรวงมากขึ้นวธ.ประกาศยกย่องผู้ทำคุณประโยชน์พระพุทธศาสนา
นางสิภาภัสส์ (สิเรียม)ภักดีดำรงฤทธิ์ปี 2552 มีผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาเนื่องในวัน วิสาขบูชา ทั้งพระสงฆ์ องค์กร และคนทั่วไปรวม 10 ประเภทกว่า 160 คน โดยมีคนดังได้รัการยกย่องด้วย อาทิ แม่ชีทศพร และ สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์...นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ในฐานะเปิดคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา กล่าววันนี้ (27 เม.ย.) ว่า คณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา กรมการศาสนา(ศน.)ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชนต่อพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี 2552 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 10 ประเภท จำนวน 160 รูป/คน ดังนี้ ประเภทส่งเสริมก
ารศึกษาพระพุทธศาสนา มี 3 สาขา ได้แก่ สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม แผนกบาลี สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา และสาขาการแต่งหนังสือทางพระพุทธศาสนา 19 รูป/คน อาทิ พระศรีรัชมงคลเมธี วัดอาวุธวิกสิตาราม กรุงเทพมหานคร(กทม.) พระครูโสภณสารธรรม วัดราชาธิวาส กทม. พระโสภณสุตาลังการ วัดบัวขวัญ นนทบุรีปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ด้าน ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ มี 2 สาขา ได้แก่ การศึกษาศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จำนวน 5 รูป/คน อาทิ พระครูมงคลกิจจานุกูล วัดท่าพระ กทม. พระครูสมาจารคุณ วัดหนองยาง จ.นครราชสีมา การศึกษาศูนย์อบรมเด็กอ่อนก่อนเกณฑ์ในวัด จำนวน 5 รูป/คน อาทิ พระรัตนเมธี วัดแก้วฟ้าจุฬามณี กทม. พระปลัดสำพัน อินทโชโต วัดมหาธาตุ จ.ชัยนาท ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา มี 2 สาขา ได้แก่ สาขาในประเทศ มีจำนวน 33 รูป/คน อาทิ พระครูพิพิธธรรมภาณ วัดประยุรวงศาวาส กทม. พระมหาปัญญา ปัญญาวโร วัดเทพลีลา กทม. นายอุดม แก้วคะตา จ.ศรีษะเกษ สาขาต่างประเทศ จำนวน 7 รูป/คน อาทิ พระครูพิมลธรรมานุยุต วัดธรรมจักรันาราม ประเทศสิงคโปร์ นายฉิน อี้เซ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน"สำหรับประเภทส่งเสริมการปฏิบัติธรรม มีผู้ได้รับรางวัล 21 รูป/คน ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ จำนวน 17 รูป/คน ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชน จำนวน 17 รูป/คน ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา มี 4 รูป/คน ประเภทสื่อมวลชนที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา 2 คน ประเภทสมาคม องค์การ มูลนิธิ สถาบัน และหน่วยงาน ที่มีคุณธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา มี 13 แห่ง อาทิ โรงเรียนวัดมหาธาตุ กทม.โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กทม.และประเภทผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรมฯ มีจำนวน 17 คน ทั้งนี้ ในปี2552 มีผู้มีชื่อเสียงได้รับการยกย่องด้วย อาทิ แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม นางสิภาภัสส์ (สิเรียม)ภักดีดำรงฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับการยกย่องทั้งหมด จะเข้ารับรางวัลพระราชทาเสาเสมาธรรมจักร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 8 พฤษภาคม นี้" นายวีระ กล่าว
ารศึกษาพระพุทธศาสนา มี 3 สาขา ได้แก่ สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม แผนกบาลี สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา และสาขาการแต่งหนังสือทางพระพุทธศาสนา 19 รูป/คน อาทิ พระศรีรัชมงคลเมธี วัดอาวุธวิกสิตาราม กรุงเทพมหานคร(กทม.) พระครูโสภณสารธรรม วัดราชาธิวาส กทม. พระโสภณสุตาลังการ วัดบัวขวัญ นนทบุรีปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ด้าน ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ มี 2 สาขา ได้แก่ การศึกษาศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ จำนวน 5 รูป/คน อาทิ พระครูมงคลกิจจานุกูล วัดท่าพระ กทม. พระครูสมาจารคุณ วัดหนองยาง จ.นครราชสีมา การศึกษาศูนย์อบรมเด็กอ่อนก่อนเกณฑ์ในวัด จำนวน 5 รูป/คน อาทิ พระรัตนเมธี วัดแก้วฟ้าจุฬามณี กทม. พระปลัดสำพัน อินทโชโต วัดมหาธาตุ จ.ชัยนาท ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา มี 2 สาขา ได้แก่ สาขาในประเทศ มีจำนวน 33 รูป/คน อาทิ พระครูพิพิธธรรมภาณ วัดประยุรวงศาวาส กทม. พระมหาปัญญา ปัญญาวโร วัดเทพลีลา กทม. นายอุดม แก้วคะตา จ.ศรีษะเกษ สาขาต่างประเทศ จำนวน 7 รูป/คน อาทิ พระครูพิมลธรรมานุยุต วัดธรรมจักรันาราม ประเทศสิงคโปร์ นายฉิน อี้เซ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน"สำหรับประเภทส่งเสริมการปฏิบัติธรรม มีผู้ได้รับรางวัล 21 รูป/คน ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ จำนวน 17 รูป/คน ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชน จำนวน 17 รูป/คน ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา มี 4 รูป/คน ประเภทสื่อมวลชนที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา 2 คน ประเภทสมาคม องค์การ มูลนิธิ สถาบัน และหน่วยงาน ที่มีคุณธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา มี 13 แห่ง อาทิ โรงเรียนวัดมหาธาตุ กทม.โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) กทม.และประเภทผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรมฯ มีจำนวน 17 คน ทั้งนี้ ในปี2552 มีผู้มีชื่อเสียงได้รับการยกย่องด้วย อาทิ แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม นางสิภาภัสส์ (สิเรียม)ภักดีดำรงฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับการยกย่องทั้งหมด จะเข้ารับรางวัลพระราชทาเสาเสมาธรรมจักร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 8 พฤษภาคม นี้" นายวีระ กล่าวกยศ.โอนเงินงวดแรก1พ.ค. จี้สถาบันรีบยันข้อมูลเด็ก
"ธาดา มาร์ติน" ระบุ ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ กยศ.จะโอนเงินงวดแรก 2,500 ล้านบาท ให้แก่ผู้กู้ยืมและสถานศึกษา เร่งสถานศึกษายืนยันข้อมูลเด็ก เพื่อโอนเงินค่าครองชีพ..วันนี้ (27 เม.ย.) นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า ในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ทาง กยศ. จะโอนเงินงวดแรกของปีการศึกษา 2552 ให้แก่ผู้กู้ยืมและสถานศึกษาที่ดำเนินการตามขั้นตอนการกู้ยืมของระบบอี-สทิวเด้นท์โลนว์ (e-Studentloan) เรียบร้อยแล้ว เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,500 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ กยศ. ได้เตรียมเ
งินไว้พร้อมที่จะโอนแล้ว จึงขอความร่วมมือสถานศึกษาเร่งดำเนินการยืนยันข้อมูลการกู้ยืมผ่านระบบ เพื่อเตรียมโอนเงินค่าครองชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษาตอนเปิดเทอม ซึ่งจะทำให้เกิดความต่อเนื่องในการรับเงินค่าครองชีพของผู้กู้ยืมรายเก่า และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองผจก. กยศ. กล่าวเพิ่มว่า ในปีการศึกษา 2552 นี้ นักเรียน นักศึกษาจะสามารถเบิกถอนเงินค่าครองชีพงวดแรกได้ภายใน 3 วัน หลังจากสถานศึกษายืนยันข้อมูลผ่านระบบ และงวดต่อไปจะได้รับเงินในแต่ละเดือนตรงกับวันที่ได้รับเงินโอนวันแรก สำหรับสถานศึกษาที่ดำเนินการตรวจสอบสัญญาและเอกสารแนบในระบบอี-สทิวเด้นท์โลนว์ ถูกต้องแล้ว จะต้องจัดส่งเอกสารให้ ธนาคารกรุงไทย เพื่อ กยศ. จะดำเนินการโอนเงินค่าเล่าเรียนให้แก่สถานศึกษาต่อไปนพ.ธาดา กล่าวด้วยว่า กยศ. ยังเปิด ให้นักเรียน นักศึกษาได้ยื่นแบบคำขอกู้ยืมเงินปีการศึกษา 2552 ผ่านระบบอี-สทิวเด้นท์โลนว์ ถึงวันที่ 10 มิ.ย. นี้เท่านั้น ผู้ที่มีข้อสงสัย สามารถสอบถาม ศูนย์สายใจ กยศ. ได้ที่โทร.0-2610-4888 หรือ http://www.studentloan.or.th/
งินไว้พร้อมที่จะโอนแล้ว จึงขอความร่วมมือสถานศึกษาเร่งดำเนินการยืนยันข้อมูลการกู้ยืมผ่านระบบ เพื่อเตรียมโอนเงินค่าครองชีพให้แก่นักเรียน นักศึกษาตอนเปิดเทอม ซึ่งจะทำให้เกิดความต่อเนื่องในการรับเงินค่าครองชีพของผู้กู้ยืมรายเก่า และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองผจก. กยศ. กล่าวเพิ่มว่า ในปีการศึกษา 2552 นี้ นักเรียน นักศึกษาจะสามารถเบิกถอนเงินค่าครองชีพงวดแรกได้ภายใน 3 วัน หลังจากสถานศึกษายืนยันข้อมูลผ่านระบบ และงวดต่อไปจะได้รับเงินในแต่ละเดือนตรงกับวันที่ได้รับเงินโอนวันแรก สำหรับสถานศึกษาที่ดำเนินการตรวจสอบสัญญาและเอกสารแนบในระบบอี-สทิวเด้นท์โลนว์ ถูกต้องแล้ว จะต้องจัดส่งเอกสารให้ ธนาคารกรุงไทย เพื่อ กยศ. จะดำเนินการโอนเงินค่าเล่าเรียนให้แก่สถานศึกษาต่อไปนพ.ธาดา กล่าวด้วยว่า กยศ. ยังเปิด ให้นักเรียน นักศึกษาได้ยื่นแบบคำขอกู้ยืมเงินปีการศึกษา 2552 ผ่านระบบอี-สทิวเด้นท์โลนว์ ถึงวันที่ 10 มิ.ย. นี้เท่านั้น ผู้ที่มีข้อสงสัย สามารถสอบถาม ศูนย์สายใจ กยศ. ได้ที่โทร.0-2610-4888 หรือ http://www.studentloan.or.th/สธ.พร้อมสต๊อกยา-ทีมแพทย์รับมือไข้หวัดพันธุ์ใหม่
นพ. ไพจิตร วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าววันนี้ (27 เม.ย.) ถึงการเตรียมความพร้อมของกระทรวงสาธารณสุขไทย ว่า ขณะนี้ ได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการของกระทรวงสาธารณสุขที่กรมควบคุมโรค ซึ่งจะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทุกวัน เพื่อประเมินสถานการณ์และความเสี่ยงเชื้อกระจายเข้าสู่ประเทศ และปรับปรุงเร่งรัดมาตรการป้องกันและแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการหลัก คือ การเฝ้าระวังโรคมีความเข้มแข็ง เพื่อตรวจค้นหาผู้ป่วยได้อย่างครบถ้วน และไวที่สุดเพื่อควบคุมได้อย่างรวดเร็ว โดยมีทีมเฝ้าระวังและสอบสวนเคลื่อนที่เร็วกว่า 1,000 ทีม ครอบคลุมทุกจังหวัดและอำเภอ สำหรับการตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ (แล็ป) ขณะนี้ ทั่วประเทศสามารถตรวจเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ และรายงานผลยืนยันภายใน 4 ชั่วโมง จำนวน 14 แห่ง มีรถ
ตรวจยืนยันเชื้อเคลื่อนที่ 6 คัน ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยเชื่อมโยงเครือข่ายการชันสูตรทางห้องปฏิบัติการกับทางมหาวิทยาลัยต่างๆ
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดูแลรักษาผู้ป่วย ต้องวินิจฉัยเร็ว รักษาได้อย่างทันท่วงที โดยกรมการแพทย์ได้จัดทำคู่มือการคัดกรอง เพื่อการรักษาผู้ป่วยรายสงสัยให้โรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศแล้ว และโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขมีห้องแยกการดูแลผู้ป่วยทุกแห่ง 4.การเตรียมเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ โดยในประเทศไทยมีสต็อคยา ขณะนี้ มียาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ สำรองไว้ 3.2 ล้านเม็ด และยังไม่มีปัญหาการดื้อยา หากจำเป็นต้องใช้เพิ่มสามารถให้องค์กรเภสัชกรรมผลิตได้อีกอย่างรวดเร็ว มีหน้ากากอนามัยชนิดเอ็น 95 กว่า 5 แสนชิ้น หน้ากากอนามัยทั่วไปเกือบ 3 ล้านชิ้น จะสั่งซื้อยาและอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มเติม และสุดท้าย คือ การให้ข้อมูลประชาชน ให้รู้สถานการณ์ที่ถูกต้อง และรู้วิธีในการป้องกันโรคอย่างครบถ้วนนพ. ไพจิตร กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ กรมควบคุมโรคจะออกประกาศคำแนะนำประชาชนในการดูแลสุขภาพ เผยแพร่ทางเวปไซต์ http://www.thairath.co.th/content/edu/www.moph.go.thและ http://%20blid.ddc.moph.go.th/ และตั้งศูนย์บริการข่าวสารทาง 02-5903333 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเสนอครม. ให้แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อให้มีการประสานงานกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับการตั้งจุดตรวจผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ กรมควบคุมโรคได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ (Thermo Scan) ที่สนามบินนานาชาติจ.ภูเก็ต เชียงใหม่ และที่สุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมที่จะใช้งานเมื่อมีความจำเป็นโดยจะดูแลผู้เดินทางให้ได้รับผลกระ ทบน้อยที่สุด เพื่อคัดกรองผู้ป่วยที่มีไข้ และสร้างความมั่นใจประชาชนไทย จึงขอให้ประชาชนไทยเชื่อมั่นมาตรการของไทยว่ามีการเตรียมความพร้อมในเรื่อง นี้อย่างดีเยี่ยม
ตรวจยืนยันเชื้อเคลื่อนที่ 6 คัน ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยเชื่อมโยงเครือข่ายการชันสูตรทางห้องปฏิบัติการกับทางมหาวิทยาลัยต่างๆรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดูแลรักษาผู้ป่วย ต้องวินิจฉัยเร็ว รักษาได้อย่างทันท่วงที โดยกรมการแพทย์ได้จัดทำคู่มือการคัดกรอง เพื่อการรักษาผู้ป่วยรายสงสัยให้โรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศแล้ว และโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขมีห้องแยกการดูแลผู้ป่วยทุกแห่ง 4.การเตรียมเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ โดยในประเทศไทยมีสต็อคยา ขณะนี้ มียาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ สำรองไว้ 3.2 ล้านเม็ด และยังไม่มีปัญหาการดื้อยา หากจำเป็นต้องใช้เพิ่มสามารถให้องค์กรเภสัชกรรมผลิตได้อีกอย่างรวดเร็ว มีหน้ากากอนามัยชนิดเอ็น 95 กว่า 5 แสนชิ้น หน้ากากอนามัยทั่วไปเกือบ 3 ล้านชิ้น จะสั่งซื้อยาและอุปกรณ์เหล่านี้เพิ่มเติม และสุดท้าย คือ การให้ข้อมูลประชาชน ให้รู้สถานการณ์ที่ถูกต้อง และรู้วิธีในการป้องกันโรคอย่างครบถ้วนนพ. ไพจิตร กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ กรมควบคุมโรคจะออกประกาศคำแนะนำประชาชนในการดูแลสุขภาพ เผยแพร่ทางเวปไซต์ http://www.thairath.co.th/content/edu/www.moph.go.thและ http://%20blid.ddc.moph.go.th/ และตั้งศูนย์บริการข่าวสารทาง 02-5903333 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเสนอครม. ให้แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อให้มีการประสานงานกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับการตั้งจุดตรวจผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ กรมควบคุมโรคได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ (Thermo Scan) ที่สนามบินนานาชาติจ.ภูเก็ต เชียงใหม่ และที่สุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมที่จะใช้งานเมื่อมีความจำเป็นโดยจะดูแลผู้เดินทางให้ได้รับผลกระ ทบน้อยที่สุด เพื่อคัดกรองผู้ป่วยที่มีไข้ และสร้างความมั่นใจประชาชนไทย จึงขอให้ประชาชนไทยเชื่อมั่นมาตรการของไทยว่ามีการเตรียมความพร้อมในเรื่อง นี้อย่างดีเยี่ยม
อนามัยโลกเร่งติดตามผู้สงสัยติดเชื้อไข้หวัดหมู
ในอังกฤษ-นิวซีแลนด์ โดยผู้แทนองค์การอนามัยโลกได้แจ้งที่ประชุมว่า ที่เม็กซิโกได้รายงานตั้งแต่เดือน มี.ค. จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วย 1,149 ราย ตาย 71 ราย อเมริกา 5 รัฐ ที่แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส แคนซัส ที่นิวยอร์ค โอไฮโอ 20 คน ไม่มีคนเสียชีวิต ..วันนี้ (27 เม.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมประชุมวางมาตรการรับมือโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในเม็กซิโก กับผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรค จากหน่วยงานทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อติดตามสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดที่เม็กซิโก ซึ่งในวันนี้เป็นการประชุมผ่านทางระบบดาวเทียมเชื่อมโยงกับสำนักควบคุม ป้องกันโรคประจำ 12 เขตทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารในภูมิภาครับทราบมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของไทยต่อเ
ชื้อดังกล่าวพร้อมกัน และอยู่ในทิศทางเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่ประชุมหารือเป็นการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โดยผู้แทนองค์การอนามัยโลกได้แจ้งที่ประชุมว่า ที่เม็กซิโกได้รายงานตั้งแต่เดือน มี.ค. จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วย 1,149 ราย ตาย 71 ราย อัตราการป่วยตายประมาณ ร้อยละ 6 ส่วนในประเทศอื่นๆ พบผู้ป่วยที่สหรัฐอเมริกา 5 รัฐ ที่แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส แคนซัส ที่นิวยอร์ค โอไฮโอ 20 คน ไม่มีคนเสียชีวิต กำลังรอผลตรวจยืนยัน และมีผู้ป่วยที่สงสัย และกำลังติดตามตรวจสอบอยู่ที่อังกฤษและนิวซีแลนด์ ในส่วนของไทยมีมาตรการเฝ้าระวังในหมู่บ้านโดยใช้ อสม. และมีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการแยกผู้ป่วยให้การรักษาโดยเร็วที่สุดทั้งนี้ หากสถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรงขึ้น จะปรับความเข้มของมาตรการ เช่นอาจจะมีการตรวจคัดกรองคนที่มาจากพื้นที่เสี่ยง และมีการเตือนคนที่เข้ามาจากต่างประเทศ โดยจะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญระหว่างองค์การอนามัยโลก เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ในเร็วๆนี้
ชื้อดังกล่าวพร้อมกัน และอยู่ในทิศทางเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่ประชุมหารือเป็นการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โดยผู้แทนองค์การอนามัยโลกได้แจ้งที่ประชุมว่า ที่เม็กซิโกได้รายงานตั้งแต่เดือน มี.ค. จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วย 1,149 ราย ตาย 71 ราย อัตราการป่วยตายประมาณ ร้อยละ 6 ส่วนในประเทศอื่นๆ พบผู้ป่วยที่สหรัฐอเมริกา 5 รัฐ ที่แคลิฟอร์เนีย เท็กซัส แคนซัส ที่นิวยอร์ค โอไฮโอ 20 คน ไม่มีคนเสียชีวิต กำลังรอผลตรวจยืนยัน และมีผู้ป่วยที่สงสัย และกำลังติดตามตรวจสอบอยู่ที่อังกฤษและนิวซีแลนด์ ในส่วนของไทยมีมาตรการเฝ้าระวังในหมู่บ้านโดยใช้ อสม. และมีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการแยกผู้ป่วยให้การรักษาโดยเร็วที่สุดทั้งนี้ หากสถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรงขึ้น จะปรับความเข้มของมาตรการ เช่นอาจจะมีการตรวจคัดกรองคนที่มาจากพื้นที่เสี่ยง และมีการเตือนคนที่เข้ามาจากต่างประเทศ โดยจะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญระหว่างองค์การอนามัยโลก เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ในเร็วๆนี้ผวาหวัดหมูลุกลาม จนคนเข้าใจผิด เลิกกินเนื้อหมู
สธ.ให้เรียกชื่อใหม่? ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก พร้อมยืนยันการระบาดที่เกิดขึ้น ไม่ได้ติดต่อจากหมูสู่คน ขณะที่ท่าอากาศยานภูเก็ตเตรียมพร้อมรับมือไวรัสชนิดนี้? รอเพียงประกาศจากองค์การอนามัยโลก-สธ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมวางมาตรการรับมือโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดในเม็กซิโกของกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ (27 เม.ย.)? มีการหารือเกี่ยวกับการเรียกชื่อไวรัสเอช 1 เอ็น 1 ว่าไม่ควรเรียกสายพันธุ์นี้ว่าไข้หวัดหมู แต่ควรเรียกชื่อในระยะนี้ว่าไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก ซึ่งในทางวิชาการเรียกว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ แคลิฟอร์เนีย 04 2009 (A/California/04/2009) หากเรียกไข้หวัดหมู จะเกิดความเข้าใจผิด ประชาชนจะไม่กล้ากินเนื้อหมู อาจกระทบต่อเศรษฐกิจ และไข้หวัดตัวนี้ยังไม่เคยแยกเชื้อจากหมูแต่แยกได้จากคน พร้อมยืนยันการระบาดที่เกิดขึ้น ไม่ได้ติดต่อจากหมูสู่คน แต่อย่างไรก็ตาม การเรียกชื่อโรคในระยะต่อไป จะฟังข้อมูลและคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลกเป็นระยะๆขณะที่นาวาอากาศโทวิชาญ เนินลพ ผอ.ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต กล่าวถึงกา
รควบคุมและการออกมาตรการต่างๆที่จะคุมเข้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซียและสหรัฐอเมริกาที่จะเดินทางเข้าออก จ.ภูเก็ตทางเครื่องบินโดยสารว่า ในส่วนของสนามบิน จ.ภูเก็ตอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผวจ.-สสจ.ภูเก็ต เพื่อมาประชุมหารือร่วมกันถึงมาตรการดำเนินการอีกครั้ง โดยสนามบินภูเก็ตจะมีการตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศของ สสจ.ภูเก็ต มี นพ.วีรสิทธิ์ ระเด่น เป็นหัวหน้าด่าน เพื่อดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งเรื่องอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ด้าน นพ.วีรสิทธิ์ ระเด่น หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สนามบินนานาชาติ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารกรมควบคุมโรคที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมควบคุมโรคเกี่ยวกับการดำเนินการตรวจสอบเรื่องไข้หวัดหมู ซึ่งเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่พบการแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโกและทางตอนใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตแล้วจำนวนมาก ในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายัง จ.ภูเก็ตผ่านทางสนามบินนานาชาติ จ.ภูเก็ต ขณะนี้ความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิหรือเทอร์โมสแกนเนอร์ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องข้อกำหนดและข้อกฎหมาย เนื่องจากต้องรอให้องค์การอนามัยโลกออกประกาศเป็นเขตโรคติดต่อ ตามมาด้วย รมว.สาธารณสุขของไทยออกประกาศตาม จึงจะสามารถดำเนินการตรวจสอบนักท่องเที่ยวได้ หากดำเนินการตรวจสอบก่อนการออกประกาศเขตโรคติดต่อ จะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล นักท่องเที่ยวอาจมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้?แต่หากมีการออกประกาศจากองค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุขแล้วถือว่า นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะนี้การดำเนินการเบื้องต้นในส่วนของกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข คือ แจ้งให้ประชาชนทั่วไป อย่าได้ตื่นตระหนกกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดหมูอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญสนามบินนานาชาติ จ.ภูเก็ต ไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศเม็กซิโกและประเทศทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา จึงไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด? นพ.วีรสิทธิ์ กล่าว
รควบคุมและการออกมาตรการต่างๆที่จะคุมเข้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซียและสหรัฐอเมริกาที่จะเดินทางเข้าออก จ.ภูเก็ตทางเครื่องบินโดยสารว่า ในส่วนของสนามบิน จ.ภูเก็ตอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผวจ.-สสจ.ภูเก็ต เพื่อมาประชุมหารือร่วมกันถึงมาตรการดำเนินการอีกครั้ง โดยสนามบินภูเก็ตจะมีการตั้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศของ สสจ.ภูเก็ต มี นพ.วีรสิทธิ์ ระเด่น เป็นหัวหน้าด่าน เพื่อดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งเรื่องอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ด้าน นพ.วีรสิทธิ์ ระเด่น หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สนามบินนานาชาติ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารกรมควบคุมโรคที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมควบคุมโรคเกี่ยวกับการดำเนินการตรวจสอบเรื่องไข้หวัดหมู ซึ่งเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่พบการแพร่ระบาดในประเทศเม็กซิโกและทางตอนใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตแล้วจำนวนมาก ในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายัง จ.ภูเก็ตผ่านทางสนามบินนานาชาติ จ.ภูเก็ต ขณะนี้ความพร้อมในเรื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิหรือเทอร์โมสแกนเนอร์ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องข้อกำหนดและข้อกฎหมาย เนื่องจากต้องรอให้องค์การอนามัยโลกออกประกาศเป็นเขตโรคติดต่อ ตามมาด้วย รมว.สาธารณสุขของไทยออกประกาศตาม จึงจะสามารถดำเนินการตรวจสอบนักท่องเที่ยวได้ หากดำเนินการตรวจสอบก่อนการออกประกาศเขตโรคติดต่อ จะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล นักท่องเที่ยวอาจมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้?แต่หากมีการออกประกาศจากองค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุขแล้วถือว่า นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะนี้การดำเนินการเบื้องต้นในส่วนของกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข คือ แจ้งให้ประชาชนทั่วไป อย่าได้ตื่นตระหนกกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ขอให้ติดตามข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคไข้หวัดหมูอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญสนามบินนานาชาติ จ.ภูเก็ต ไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศเม็กซิโกและประเทศทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา จึงไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด? นพ.วีรสิทธิ์ กล่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น